รัฐบาล ยัน ไม่ได้ถังแตก!!

รัฐบาล ยัน ไม่ได้ถังแตก!!

รัฐบาล ยัน ไม่ได้ถังแตก!!

รัฐบาลยืนยันไม่ได้ถังแตก เงินคงคลังที่เหลือต่อเดือนเหมาะสม ในการบริหารจัดการ และมีหลายภาคส่วนช่วยกันดูแล จึงไม่ต้องวิตกกังวล และกรณีฉุกเฉินรัฐบาลยังสามารถกู้ยืมได้

นายสมคิด  จาตุศรีพิทักษ์  รองนายกรัฐมนตรี  บอกถึง กรณีเงินคงคลังลดลงมาอยู่ในระดับต่ำ เป็นแผนบริหารจัดการของ กระทรวงการคลัง เพราะรัฐบาลต้องการเร่งรัดเบิกจ่ายเงินออกสู่ระบบโดยเร็ว  ดังนั้นปริมาณเงินคงคลังจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับการบริหารเงินของรัฐบาลในแต่ช่วงเวลา  

ทั้งนี้ในช่วงเงินคงคลังเหลืออยู่ 15,000-20,000 ล้านบาท ก็ไม่เคยมีปัญหา เพราะสามารถบริหารจัดการได้ และแนวโน้มเงินภาษีหลายด้านเริ่มจัดเก็บเข้าคลังเพิ่มขึ้น จึงไม่น่ากังวล แต่การที่หลายฝ่ายตกใจเพราะเป็นประเด็นทางการเมือง 

ด้านนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้ถังแตกจนต้องปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบิน  แต่เงินคงคลังที่ลดลงเหลือราว 7 หมื่นล้านบาทนั้นเป็นไปตามนโยบายที่มอบหมายให้กรมบัญชีกลางไปรักษาระดับเงินคงคลังให้อยู่ในระดับต่ำสุดเท่าที่จะรับได้ เพื่อ ประหยัดรายจ่ายด้านดอกเบี้ยจากที่ต้องกู้เงินคงคลังมาไว้  โดยที่ยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้จ่าย ซึ่งปัจจุบันเงินคงคลังที่ระดับ 1 แสนล้านบาท มีภาระต้องจ่ายดอกเบี้ยราว 2 พันล้านบาท 

กรมบัญชีกลางจึงได้เสนอตัวเลข ออกมาว่า เงินคงคลังควรอยู่ที่ระดับ 50,000-100,000 ล้านบาท   ดังนั้นระดับเงินคงคลัง 70,000 ล้านบาทไม่ถือว่าต่ำ และแม้จะต่ำกว่านี้ กระทรวงการคลัง ก็ยังมีวงเงินกู้ฉุกเฉิน  เพื่อรักษาสภาพคล่องอีก 80,000 ล้านบาทที่ยังไม่ได้ใช้ และในปีงบที่ผ่านมาที่ขาดดุล 390,000 ล้านบาท ซึ่งได้มีการกู้จริงเพียงแสนล้านบาท ทำให้มีเงินกู้ในส่วนนี้อีกรวมแล้วมีเกือบ 300,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเพียงพอรองรับการใช้เงินของประเทศ

นอกจากนี้ กระทรวงการคลังกำลังเตรียมแก้กฎหมายเงินคงคลัง ในส่วนของการกู้เงินให้สามารถกู้ได้ตามความจำเป็น โดยไม่มีการกำหนดระยะเวลาการกู้เงิน ส่วนการกู้เงิน Short term นั้น ก็จะกำหนดเพดานการกู้เงินให้มีความชัดเจนมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลประหยัดงบประมาณในส่วนของภาษีที่จะนำมาใช้ในการบริหารจัดการเงินคงคลังได้

รัฐมนตรีคลังบอกอีกว่า แม้กระทรวงการคลังจะยืนยันว่าฐานะการคลังไม่ได้มีปัญหา  แต่ก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่มีการปรับขึ้นภาษีตัวอื่นๆ  แต่การปรับขึ้นภาษีในแต่ละส่วนนั้น จะต้องพิจารณาถึงความจำเป็นและความเหมาะสม  เช่น การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันเครื่องบินในครั้งนี้เป็นการปรับขึ้นเพื่อสร้างความยุติธรรมและลดความเหลื่อมล้ำ เนื่องจากภาษีน้ำมันไม่ได้มีการปรับขึ้นมาหลายสิบปี ในขณะที่ภาษีน้ำมันประเภทอื่นมีการปรับขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

ด้านนายสกนธ์   วรัญญูวัฒนา   คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  บอกว่า เงินคงคลังในระดับปัจจุบันไม่น่ากังวล ถือเป็นระดับปกติเนื่องจากช่วงปลายปีที่ผ่านมารัฐบาลเร่งเบิกจ่าย ขณะที่รายได้จัดเก็บภาษีจะเข้ามาช่วงเดือนมีนาคม และกรณีฉุกเฉินรัฐบาลก็สามารถกู้ยืมได้ จึงไม่น่าเป็นปัญหาและไม่มีผลต่อฐานะการคลังของประเทศ