BGRIM ลุ้นชิงโรงไฟฟ้าโกลว์ เอสพีพี1 คาดรู้ผลเร็ว ๆ นี้ พร้อมศึกษาดีลใหม่ทั้งใน-ตปท.ดันกำลังผลิตเพิ่ม

BGRIM ลุ้นชิงโรงไฟฟ้าโกลว์ เอสพีพี1 คาดรู้ผลเร็ว ๆ นี้ พร้อมศึกษาดีลใหม่ทั้งใน-ตปท.ดันกำลังผลิตเพิ่ม

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) เปิดเผยว่า บริษัทเข้ายื่นข้อเสนอเข้าซื้อกิจการของบริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จำกัด (SPP1) จาก บมจ.โกลว์ พลังงาน (GLOW) ซึ่งเบื้องต้นทราบว่ามีหลายบริษัทที่ได้เข้ายื่นข้อเสนอดังกล่าวด้วยเช่นกัน แต่บริษัทก็เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเองทั้งด้านการเงิน และเทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญจากการเป็นผู้บริหารจัดการโรงไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) ประเภทพลังงานความร้อนร่วม (Cogeneration)อยู่หลายแห่ง โดยคาดว่าเรื่องดังกล่าวจะได้ข้อสรุปในเร็ววันนี้

สำหรับแผนการดำเนินงานในปีนี้ บริษัทยังมั่นใจว่าจะทำรายได้เติบโตเป็นมากกว่า 4.2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากจะรับรู้รายได้เต็มปีจากโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 61 ราว 430 เมกะวัตต์ จากโครงการ SPP พลังงานความร้อนร่วมเฟส 3-4-5 ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้จ.ระยอง และโครงการโซลาร์ฟาร์ม สำหรับส่วนราชการและสหกรณ์การเกษตร ระยะ 2 ขนาดกำลังการผลิต 31 เมกะวัตต์ ขณะที่ปีนี้จะมีโรงไฟฟ้า COD เข้ามาเพิ่มราว 697 เมกะวัตต์ แบ่งเป็น โครงการโซลาร์ฟาร์ม ในเวียดนาม กำลังการผลิต 677 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าน้ำแจ 1 ในลาว 15 เมกะวัตต์ และโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล 5 เมกะวัตต์

ปัจจุบัน BGRIM มีกำลังการผลิตไฟฟ้าในมือราว 3,000 เมกะวัตต์ โดยเป็นโครงการที่ COD แล้วจำนวน 2,076 เมกะวัตต์ ขณะที่บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาลงทุนโครงการใหม่เพิ่มเติมทั้งในต่างประเทศและในประเทศไทย ทั้งที่เป็นโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงฟอสซิล และพลังงานทดแทนไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลีใต้ เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย รวมถึงประเทศไทย โดยคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาเพิ่มราว 430 เมกะวัตต์ ส่งผลให้กำลังการผลิตในมือเพิ่มเป็น 3,430 เมกะวัตต์ โดยเป็นกำลังการผลิตที่ COD รวม 2,773 เมกะวัตต์

นางปรียนาถ กล่าวว่า ส่วนร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP) ฉบับใหม่ ปี 2561-2580 ที่เบื้องต้นรัฐบาลจะเปิดให้มีโรงไฟฟ้าหลักแข่งขัน ราว 8,300 เมกะวัตต์ รวมถึงมีกำลังการผลิตจากโซลาร์ภาคประชาชนราว 10,000 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทก็สนใจเข้าไปมีส่วนร่วมทั้งในส่วนของโรงไฟฟ้าหลักแข่งขัน ที่บางส่วนคาดว่าจะเปิดให้มีการแข่งขันของผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) รวมถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชนด้วย

ขณะที่ความคืบหน้าของการต่ออายุสัญญาโรงไฟฟ้า SPP กลุ่ม Cogeneration ที่จะสิ้นสุดลงระหว่างปี 60-68 นั้น อยู่ระหว่างรอความชัดเจนจากนโยบายของภาครัฐ ซึ่งต้องให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) อนุมัติออกมาก่อน ขณะที่ปัจจุบันบริษัทมีโรงไฟฟ้า SPP บางส่วนที่อยู่ในข่ายได้รับการพิจารณาดังกล่าวด้วยเช่นกัน

อนึ่ง โรงไฟฟ้าโกลว์ เอสพีพี 1 ของ GLOW ที่ BGRIM ให้ความสนใจจะเข้าซื้อกิจการนั้น ก็เป็น 1 ในโรงไฟฟ้า SPP ที่จะหมดอายุสัญญาซื้อขายไฟฟ้าในช่วงปี 60-68 ด้วยเช่นกัน โดยโรงไฟฟ้าโกลว์ เอสพีพี 1 ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ตะวันออก (มาบตาพุด) มีกำลังผลิตไฟฟ้า 124 เมกะวัตต์ และไอน้ำ 90 ตัน/ชั่วโมง เริ่มเปิดดำเนินการตั้งแต่เดือน ก.พ.41

ด้านนายปจงวิช พงษ์ศิวาภัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการเงิน GLOW กล่าวว่า การขายกิจการบริษัท โกลว์ เอสพีพี 1 จำกัด ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาว่าจะขายทรัพย์สินในส่วนใดบ้าง ซึ่งยังมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาทางเทคนิคอีกมาก เนื่องจากโรงไฟฟ้า SPP ประเภท Cogneration มีเน็ตเวิร์กที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก แต่จะพยายามดำเนินการโดยเร็ว และคาดว่าจะได้ข้อสรุปไม่เกินไตรมาส 1/62  เพื่อให้การควบรวบกิจการระหว่าง บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) และ GLOW เดินหน้าได้โดยเร็ว