Bokker111262

ลุ้นกันใหม่ปีหน้า

ตลาดหุ้นไทยช่วงนี้กำลังเหมือนคนอมโรค ที่เกิดภาวะแทรกซ้อนเข้ามาตลอดเวลา จากปัจจัยกดดันด้านลบที่มีเข้ามากระทบตลอดเวลา ทำให้นักลงทุนต่างรู้สึกไม่สบายตัวเหมือนจะไม่สบาย จิตตกโดยเฉพาะผู้ที่ติดหุ้นในที่สูง ผู้ที่ติดในหุ้นพื้นฐานดีคงไม่เท่าไหร่เดี๋ยวอาการก็คงดีขึ้นได้เอง ส่วนผู้ที่ติดในหุ้นที่มีการเก็งกำไรสูงๆในช่วงที่ผ่านมาและไม่มีพื้นฐานรองรับเล่นกันตามกระแสข่าวสร้างกันบางคนก็อาการโคม่าต้องอยู่ห้องไอซียูกันเลยทีเดียว นี่ล่ะครับความเป็นไปของตลาดหุ้นในช่วงนี้ที่มีแต่สารพัดโรครุมเร้า มีแต่ปัจจัยข่าวสารที่เป็นเชิงลบเข้ามาฉุดให้ดัชนีตลาดหุ้นลดฮวบฮาบติดต่อกันมาหลายวันแล้ว

ปัจจัยที่ยังกดดันก็ยังคงเป็นปัจจัยเดิมๆที่ยังมีอยู่ ทั้งเรื่องสงครามการค้าของชาติมหาอำนาจที่กดดันตลาดมาทั้งปี ล่าสุดสถานการณ์ยังพลิกไปพลิกมา ยิ่งใกล้เส้นตายที่อเมริกาจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีน มูลค่า 1.6 แสนล้านเหรียญ วันที่ 15 ธ.ค. นี้ หากยังตกลงกันไม่ได้ ก็ตัวใครตัวมันครับ เตรียมรับแรกกระแทกอีกระลอกได้เลย อย่างไรก็ตาม จนถึงป่านนี้แล้วก็ได้แต่หวังว่าคงจะมีความชัดเจนเสียที ซึ่งจะได้ไม่ต้องเป็นข้ออ้างทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอีก

ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่ยังต้องติดตามในสัปดาห์นี้ การประชุมของ เฟด ที่คาดว่าจะยังคงดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม หลังปรับลดลงมา 3 ครั้งติดต่อกันในปีนี้ ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯ ที่ออกดีเกินคาดจึงเชื่อว่า เฟดยังคงไม่ลดดอกเบี้ยอีกในครั้งนี้ ส่วนจะส่งสัญญาณอะไรเพิ่มเติมหรือไม่คงต้องติดตามกันต่อไป ซึ่งปัจจัยที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่องหลังจากนี้คงทำให้ตลาดมีลักษณะซบเซาเหมือนคนอมโรคต่อไป

ใกล้สิ้นปีเข้าไปแล้ว การลงทุนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร คงไม่ต้องพูดถึง เพราะจากที่ได้ยินมาทั้งจากเซียนหุ้นพอร์ตใหญ่ ยังบอกว่าเหนื่อยไม่ต้องมองว่าพอร์ตโตกี่เท่า เอาแค่ประคองตัวให้รอดยังเหนื่อย หากไปถามนักลงทุนรายย่อยแทบจะร้อยเปอร์เซนต์ส่ายหน้า บ่นเป็นเสียงเดียวกัน ติดดอย ขาดทุนติดลบพอร์ตแดงกันถ้วนหน้า จะบอกว่าปีนี้เป็นปีที่ลงทุนยากอีกปีหนึ่งก็ได้ หากดูจากดัชนีที่ขึ้นไปทำจุดสูงสุดของปี ที่ 1748 จุด เทียบกับดัชนีล่าสุดที่ลงมาจะหลุด 1550 จุด เท่ากับว่าดัชนีลดลงหายไปเกือบ 200 จุดเลยทีเดียว ใครที่สามารถทำกำไรในปีนี้ได้ต้องยกนิ้วให้และแสดงความยินดีด้วยอย่างยิ่งเลยครับ

ส่วนใครที่ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก จะลงทุนอย่างไรในช่วงตลาดหุ้นผันผวน เพราะส่วนใหญ่ในตอนนี้ก็ติดหุ้น ติดดอยกันทั้งนั้น ทำอะไรไม่ถูกจะคัทตัดขาดทุนก็ไม่กล้าทำใจไม่ได้ เสียหายเยอะหรือกลัวว่าขายแล้วตลาดวิ่ง จะซื้อถัวก็หมดกระสุนต้องใช้เงินอีกจำนวนมาก นี่จึงเป็นบทเรียนราคาแพง สำหรับนักลงทุนที่ไม่มีการวางแผนที่ดีนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม นักสู้หุ้นทั้งหลาย จะมามัวนั่งผิดหวัง จิตตก เครียดกับการลงทุนที่ผ่านมาก็คงจะไม่ถูกต้องนัก สิ่งที่ผ่านมาแล้วก็คงต้องปล่อยผ่านมันไป แต่ต้องหันกลับมาตั้งสติ สำรวจ ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไร เป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้แค่ไหนอย่างไร แล้วนำมาเป็นข้อมูลในการวางแผนการลงทุนที่ดีขึ้นในปีหน้าให้ได้ เรื่องของการลงทุนในตลาดหุ้นก็ไม่ได้มีอะไรมาก ทุกคนที่เดินเข้ามาสู่สนามแห่งการลงทุน ล้วนคาดหวังความสำเร็จ สร้างความมั่งคั่งกันทุกคน เพราะฉะนั้นเรามีหน้าที่ต้องทำสิ่งที่เราคาดหวังให้เป็นจริงให้ได้ก็เท่านั้นเองครับ

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นบ้านเราหลังจากนี้คงเหลือความหวังเล็กๆจากเม็ดเงิน LTF ปีสุดท้ายและ RMF ที่จะทยอยเข้ามาในช่วงเดือนสุดท้ายปลายปีนี้ให้ช่วยพยุงดัชนีไม่ให้ร่วงลงไปมากกว่านี้ รวมถึงหวังว่าให้ อเมริกากับจีนเจรจาการค้าตกลงกันได้ก็จะยิ่งดี แล้วค่อยไปลุ้นกันใหม่ปีหน้า โชคดีครับ