ACE รุกเดินหน้า เทคโอเวอร์โรงไฟฟ้าชีวมวล 3 โรงรวด 27 เมกะวัตต์ ขยายพอร์ตไฟฟ้าเป็น 239 เมกะวัตต์ รับรู้รายได้ทันที มั่นใจหนุนผลงานปี 63 โตต่อเนื่อง เงินสดเต็มกระเป๋า เร่งศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟแล้ว อีกหลายโครงการ

ACE รุกเดินหน้า เทคโอเวอร์โรงไฟฟ้าชีวมวล 3 โรงรวด 27 เมกะวัตต์ ขยายพอร์ตไฟฟ้าเป็น 239 เมกะวัตต์ รับรู้รายได้ทันที มั่นใจหนุนผลงานปี 63 โตต่อเนื่อง เงินสดเต็มกระเป๋า เร่งศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟแล้ว อีกหลายโครงการ

“ACE” บมจ. แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ รุกเดินหน้าขยายพอร์ต เข้าเทคโอเวอร์โรงไฟฟ้าชีวมวลจำนวน 3 บริษัท กำลังผลิตรวม 26.9 เมกะวัตต์ เพิ่มพอร์ตไฟฟ้าเติบโตเป็น 239 เมกะวัตต์ รับรู้รายได้ทันทีในไตรมาส 3 มั่นใจปีนี้ผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง

นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า จากพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ของประเทศ และเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดของไทย (The Clean Energy Leader) เปิดเผยว่า “ ACE รุกขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์การพัฒนาโครงการใหม่ และการควบรวมกิจการโรงไฟฟ้าที่จำหน่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติอนุมัติให้บริษัทฯ และ/หรือบริษัทย่อย เข้าซื้อกิจการของบริษัทผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล จำนวน 3 บริษัท ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 26.9 เมกะวัตต์ และมีสัญญาซื้อขายไฟกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวม 22.5 เมกะวัตต์ จาก บริษัท เอื้อวิทยา จำกัด (มหาชน) ประกอบด้วย

1) บริษัท ยูดับบลิวซี โกเมน ไบโอแมส จำกัด (“UKB”) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 9.9 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา
2) บริษัท ยูดับบลิวซี อาพัน ไบโอแมส จำกัด (“UAB’’) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 9.5 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ ตำบลดอนมนต์ อำเภอ สตึก จังหวัดบุรีรัมย์

และ 3) บริษัท สตึกไบโอแมส จำกัด (“SBM’’) ซึ่งเป็นผู้ดาเนินโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 7.5 MW ตั้งอยู่ที่ ตำบลดอนมนต์ อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 26.9 เมกะวัตต์ และมีสัญญาซื้อขายไฟกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รวม 22.5 เมกะวัตต์ และได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2554, 6 กุมภาพันธ์ 2551 และ 16 มิถุนายน 2554 ตามลำดับ การที่บริษัทฯ เข้าซื้อกิจการดังกล่าว ทำให้กลุ่มบริษัทฯ มีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) แล้ว เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มี 9 โครงการ ขนาดกาลังการผลิตติดตั้งรวม 89.1 เมกะวัตต์ เป็น 12 โครงการ ขนาดกาลังการผลิตติดตั้งรวม 116.0 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ ภายหลังจากที่บริษัทเป้าหมายได้กลายเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ แล้ว บริษัทฯ สามารถนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ และจุดแข็งในด้านต่างๆ ที่มีในธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล มาปรับปรุงพัฒนาเครื่องจักรโรงไฟฟ้า การเดินเครื่องจักรและการบำรุงรักษา (Operation & Maintenance) การบริหารเชื้อเพลิง การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน รวมทั้งต้นทุนทางการเงิน ของบริษัทเป้าหมายให้ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้กับบริษัทเป้าหมายและยังเป็นการเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนให้แก่บริษัทฯ ด้วย โดยบริษัทฯมีความชำนาญในด้านการพัฒนาโครงการ ตลอดจนการดูแลและซ่อมบำรุง (O&M) อย่างครบวงจร และยังมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนต่ำเพียง 0.23 เท่า จึงสามารถลงทุนโรงไฟฟ้าได้อีกมาก เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นและสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน

นายธนะชัย กล่าวเสริมว่า “ ACE มุ่งเน้นการขยายธุรกิจโรงไฟฟ้าอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งนอกจาก 3 โครงการนี้ บริษัทฯกำลังศึกษาการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟฟ้าแล้วอีกจำนวนหลายโครงการ รวมถึงการเตรียมเข้าประมูลโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ตามนโยบาย สำคัญของภาครัฐ 2 โครงการใหญ่ คือ โครงการโรงไฟฟ้าชุมชน 700 เมกะวัตต์โดยเฉพาะโครงการ Quick - Win ซึ่งเป็นเฟสแรกของ โครงการ ที่ล่าสุด กกพ.ประกาศว่าคาดว่าจะเปิดให้ยื่นประมูลภายในเดือนกรกฎาคมนี้ และสามารถรับรู้รายได้อย่างรวดเร็ว และโครงการโรงไฟฟ้าขยะชุมชน 400 เมกะวัตต์ รวมแล้ว 1,100 เมกะวัตต์ โดยบริษัทฯ มีความพร้อมทุกด้าน ทั้งประสบการณ์ การพัฒนา และบริหารโรงไฟฟ้ากว่า 212 เมกะวัตต์ ทางบริษัทมีความพร้อมในด้าน                     

  1. ประสบการณ์การพัฒนาและบริหารโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด 213.01 เมกะวัตต์
  2. ความเชียวชาญด้านการวิจัยและพัฒนา(R&D) พันธุ์พืชพลังงานมากกว่า 10 ชนิด และมีผู้บริหารที่มีประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนาพันธ์พืชมากว่า 40 ปี
  3. เครือข่ายโรงงานแปรรูปสินค้าทางการเกษตรและเครือข่ายเกษตรกร ที่กลุ่มผู้บริหารบ่มเพาะมามากว่า 40 ปี จากการทำธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมครบวงจร ซึ่งครอบคลุมพืชพันธุ์ด้านเกษตรหลักทุกชนิด อาทิเช่น ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ไม้โตเร็ว ฯลฯ ทำให้มีวัตถุดิบเพียงพอ สำหรับการขยายกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าได้ตามเป้าอย่างต่อเนื่อง และยังมีเครือข่ายเกษตรกรที่ต่างประเทศ ทำให้สามารถขยายกำลังการผลิตไปที่ต่างประเทศได้เช่นกัน
  4. การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า จากวัสดุทางการเกษตรที่หลากหลายและมีความชื้นสูงมากกว่า 50 ชนิด

  5.เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าระสิทธิภาพสูง จากขยะมูลฝอย

  6.ความพร้อมทางการเงิน

  7.ทีมวิศวกรที่มีศักยภาพ ประสบการณ์ และความเชียวชาญด้านการเดินโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดเกือบทุกชนิด

  8.ทัศนคติและความปารถนาของบุคลลากรที่ต้องการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง                                                                                                                                                  

ACE เพิ่งได้รับคัดเลือกเข้าคำนวณดัชนีระดับ SET 100 ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และดัชนีระดับสากล FTSE SET Index 2 กลุ่มรวด คือ FTSE SET Mid Cap Index และ FTSE SET Shariah Index รอบการรีวิวครึ่งปีหลัง ซึ่งคัดเลือกโดยองค์กรระดับโลกอย่าง FTSE Russell ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยในไตรมาส 1/ 2563 บริษัทฯ รายงานผลประกอบการที่เติบโตสูง มีผลกำไรสุทธิเพิ่มสูงขึ้น 347% เป็นกำไรสุทธิ  593.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากกำไรสุทธิ 132.62 ล้านบาท ในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2562 ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ ACE ในช่วงไตรมาส 1/2563 สูงถึง 44 % โดยในไตรมาสแรกปี 2563 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,348 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับรายได้รวม 1,213 ล้านบาทในช่วงเดียวกันในงวดปี 2562 และมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD/E) ที่ต่ำมากเพียง 0.23 เท่า บริษัทฯจึงมีศักยภาพในการลงทุนโรงไฟฟ้าโครงการใหม่ๆเพิ่มขึ้น และมีความพร้อมในการขยายกิจการได้อย่างมาก นักวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้เพิ่มราคาเหมาะสมของ ACE เป็น 5.24 บาท มีส่วนต่างถึง 35 % จากราคาหุ้นในปัจจุบัน เนื่องจากคาดว่าบริษัทฯ จะมีการผลประกอบการที่เติบโตสูง จากการลดค่าใช้จ่ายทางการเงิน และค่าดำเนินงาน และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งโรงไฟฟ้าได้ตามเป้าหมาย

ปัจจุบัน ACE มีโรงไฟฟ้าที่เปิด ดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว  มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 212.18 เมกะวัตต์ และมีเป้าหมายระยะยาว ที่จะเพิ่มกำลังการผลิต ติดตั้งรวมมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567 จากโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนา โครงการที่อยู่ระหว่างรอการพัฒนา และโครงการในอนาคต ทั้งโรงไฟฟ้าชุมชนและโรงไฟฟ้าขยะ อันจะส่งผลให้ ACE เติบโตอย่างก้าวกระโดดและต่อเนื่องในช่วง 5 ปีนี้  ล่าสุด ACE มีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมกว่า 11,387 ล้านบาท เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ของประเทศไทย และเป็น 1 ในผู้นำด้านโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดของโลกที่มีความสามารถผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงหลากหลาย ประเภท มีความเชี่ยวชาญอย่างมืออาชีพ เป็นต้นแบบของโลกเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าขยะชุมชน ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ISO 14001 , ISO 9001 และ OHSAS 18001 อีกทั้งยังเป็นแบบอย่าง ของโลกในการดำเนินกิจการ โดยยึดหลัก ESG (Environmental Social and Governance) ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม บรรษัทภิบาล และเป็นธุรกิจที่ก่อให้เกิด Positive Total Societal Impact (TSI) หรือผลลัพธ์เชิงบวกให้แก่สังคม จากการดำเนินงานของบริษัทฯ อันจะส่งผลดีต่อผลตอบแทนการลงทุนโดยรวม นอกจากนี้โรงไฟฟ้าชีวมวล และโรงไฟฟ้าขยะของ ACE ช่วยลดมลภาวะและเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน เพื่อป้องกันการเกิด PM2.5 ลดปัญหาขยะชุมชน และช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่คนไทยทุกคน

สรุปภาวะตลาดหุ้น

สรุปภาวะตลาดหุ้น

     วันนี้ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวอยู่ในแดนลบตลอดทั้งวัน โดยปรับตัวลงทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ผันผวน หลังได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ปิดตลาดปรับตัวลดลง เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลว่า สหรัฐฯ อาจประกาศ Lockdown รอบใหม่ หลังจากสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐฯ มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงถึง 61,000 รายต่อวัน 

     สำหรับความเคลื่อนไหวด้านเศรษฐกิจไทย วันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งยกเลิกการประชุมคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ แล้วเปลี่ยนคณะการประชุม เป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านแนวทางการช่วยเหลือและฟื้นฟูเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยเป็นการประชุมเพื่อรับฟังรายงานสถานการณ์เศรษฐกิจ และกรอบการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือของปี 63 การช่วยเหลือและฟื้นฟูวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยการประชุมในครั้งนี้เป็นการประชุมหลังจากที่ 4 กุมารลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ

AKP จัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 รับทราบจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.032 บาท

AKP จัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 รับทราบจ่ายปันผลระหว่างกาลหุ้นละ 0.032 บาท

คุณอุทัย จันทิมา (กลาง) ประธานกรรมการ, คุณวันชัย เหลืองวิริยะ (ที่ 8 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ และคุณสุวัฒน์ เหลืองวิริยะ (ที่ 6 จากซ้าย) กรรมการ บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) หรือ AKP พร้อมด้วยคณะกรรมการบริษัทฯ ร่วมจัดประชุมผู้ถือหุ้น ประจำปี 2563 โดยที่ประชุมรับทราบการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.032 บาท ซึ่งการจัดประชุมในครั้งนี้บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกัน ตามคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโครานา 2019 อย่างเคร่งครัด ณ ห้องประชุม บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จ.สมุทรปราการ เมื่อเร็วๆ นี้

SINGER จัดงานประชุมผู้ถือหุ้น 2563 ผ่านระบบ Blockchain ไฟเขียวทุกวาระ

SINGER จัดงานประชุมผู้ถือหุ้น 2563 ผ่านระบบ Blockchain ไฟเขียวทุกวาระ

                นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานกรรมการ (ที่ 4 จากขวา)  และ นายกิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ที่ 4 จากซ้าย) พร้อมด้วย คณะกรรมการ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER จัดงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ณ  ห้องประชุมชั้น 2 อาคารเจมาร์ท บี ถนนรามคำแหง เมื่อเร็วๆ นี้ โดยเป็นการจัดประชุมทั้งแบบออฟไลน์ และแบบออนไลน์ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์บนเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain AGM Voting) ซึ่งพัฒนาโดยกลุ่มเจมาร์ท ย้ำการเป็นกลุ่มผู้นำในธุรกิจค้าปลีกและไฟแนนซ์โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน โดยในที่ประชุมครั้งนี้ ผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติทุกวาระตามที่คณะกรรมการเสนอ และการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากเงินกำไรสะสมของบริษัทประจำปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท

บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) บริษัทย่อยของซีพีเอฟ พร้อมออกและเสนอขายหุ้นกู้ให้ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ภายในวันที่ 20 สิงหาคมนี้

บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) บริษัทย่อยของซีพีเอฟ พร้อมออกและเสนอขายหุ้นกู้ให้ผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ ภายในวันที่ 20 สิงหาคมนี้

บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CPFTH ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ “ซีพีเอฟ” ถือหุ้น 99.99% ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเพื่อขออนุญาตออกและเสนอขายหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จำนวน 5 รุ่น ได้แก่ หุ้นกู้ อายุ 4 ปี 6 เดือน อายุ 7 ปี อายุ 10 ปี อายุ 12 ปี และอายุ 15 ปี ซึ่งหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2563 ที่ระดับ A+ โดยมีธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารออมสิน ธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) ธนาคารทหารไทย และบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายคาดว่าจะเสนอขายภายในวันที่ 20 สิงหาคมนี้

นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงินของซีพีเอฟ   เปิดเผยว่า CPFTH เป็นบริษัทย่อยของซีพีเอฟ ที่ประกอบธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศไทย ที่ดำเนินธุรกิจสัตว์บกครบวงจรในประเทศไทยประกอบด้วยประเภทสัตว์หลัก ได้แก่ สุกร ไก่เนื้อ ไก่ไข่ และเป็ด จำแนกเป็น 3 ธุรกิจหลัก คือ 1. ธุรกิจอาหารสัตว์ (Feed) ได้แก่ การผลิตและการจำหน่ายอาหารสัตว์ 2. ธุรกิจเลี้ยงสัตว์ (Farm) ได้แก่ การเพาะพันธุ์สัตว์ การเลี้ยงสัตว์เพื่อการค้า และการแปรรูปเนื้อสัตว์ขั้นพื้นฐาน และ 3.ธุรกิจอาหาร (Food) ได้แก่ การผลิตเนื้อสัตว์แปรรูปกึ่งปรุงสุกและปรุงสุก ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปหรือผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมรับประทานรวมถึงมีกิจการค้าปลีกอาหารและร้านอาหาร ภายใต้ แบรนด์ต่างๆ  อาทิเช่น ซีพีเฟรชมาร์ท, ธุรกิจห้าดาว, สตาร์คอฟฟี่, ซีพี คิทเช่น, ร้านอาหารสไตล์เกาหลีภายใต้ชื่อร้าน  “ดัคกาลบี้”,  ร้านอาหารบุฟเฟต์ อาหารทะเล นานาชาติ ภายใต้ชื่อ “ซีพี ไห่หลาย ฮาร์เบอร์” เป็นต้น

โดยในปี 2562 CPFTH มีรายได้จากการดำเนินงานรวมกว่า 1.44 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 27% ของซีพีเอฟ และEBITDA จำนวน 7.2 พันล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 15% ของซีพีเอฟ และจากการที่ราคาของผลิตภัณฑ์สัตว์บกปรับตัวสูงขึ้นกว่าระดับของระยะเวลาเดียวกันของปีก่อนและราคาเฉลี่ยของวัตถุดิบอาหารสัตว์ลดลง จึงส่งผลให้บริษัทฯ มีผลประกอบการที่ดีในไตรมาสแรกของปี 2563 โดยมีรายได้จากการขายเติบโตเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเติบโตขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 13% ในไตรมาสแรกของปี 2563 เมื่อเปรียบเทียบกับระดับ 9% ในช่วงเดียวกันของปี 2562 

 

ทั้งนี้ ธนาคารผู้จัดจำหน่ายคาดว่าหุ้นกู้ทั้ง 5 รุ่นที่จะออกและเสนอขายน่าจะได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดยกิจการที่มีความมั่นคง มีความน่าเชื่อถือ มีโอกาสและมีศักยภาพในการเติบโต ซึ่งอุตสาหกรรมอาหารเป็นหนึ่งในนั้น นอกจากนี้บริษัทฯ ยังได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยจากผลกระทบของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 เนื่องจากสินค้าของบริษัทฯ เป็นผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ขณะที่ความแข็งแกร่งของ CPFTH ยังสะท้อนได้จากอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ระดับ A+ ซึ่งตอกย้ำ สถานะของบริษัทฯ ในการเป็นบริษัทย่อยที่สำคัญของซีพีเอฟในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย

ผู้ถือหุ้น EKH ไฟเขียวทุกวาระ

ผู้ถือหุ้น EKH ไฟเขียวทุกวาระ

พล.ร.อ. สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ (แถวนั่งที่ จากซ้าย) ประธานกรรมการ นายแพทย์อำนาจ เอื้ออารีมิตร (แถวนั่ง ที่ จากซ้าย) กรรมการและผู้อำนวยการโรงพยาบาล พร้อมด้วยคณะกรรมการ บมจ.เอกชัยการแพทย์ (EKH) ถ่ายภาพร่วมกันในงานประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ผ่านทุกวาระ พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังได้ประเมินทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้นตัว จากสัญญาณการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เริ่มคลายความกังวล ส่งผลทำให้อัตราการเข้ามาใช้บริการทางการแพทย์ของผู้ป่วยนอก (OPD) เริ่มทยอยกลับมารับการรักษาเพิ่มมากขึ้น

UREKA ฤกษ์ดีเปิดเทรด W-2

UREKA ฤกษ์ดีเปิดเทรด W-2

บมจ. ยูเรกา ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ UREKA จังหวะดีได้เวลาเปิดเทรดใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ ชุดที่ 2 (UREKA-W2) ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 วอร์แรนต์ชุดนี้ มีอายุ ปี อัตราการใช้สิทธิอยู่ที่ 1วอร์แรนต์ต่อ หุ้นสามัญ ราคาแปลงสภาพที่ บาทต่อหุ้น โดยเริ่มใช้สิทธิครั้งแรกได้ ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายนนี้เป็นต้นไป งานนี้ ผู้ถือหุ้นอย่าลืมเกาะติดกันไว้ให้ดี ๆ น่าจะได้รับความสนใจไม่น้อย ใครยังไม่มีหุ้นติดพอร์ตไว้ อย่ารอช้าแล้วจะหาว่าไม่บอกกันก่อนนะคร้าบบบ !

ALL ขายหุ้นกู้ 600 ลบ. 9 เดือน 8 วัน ดอกเบี้ย 6.8%

ALL ขายหุ้นกู้ 600 ลบ. 9 เดือน 8 วัน ดอกเบี้ย 6.8%

ออลล์ อินสไปร์ฯ หรือ ALL เสนอขายหุ้นกู้ ให้สถาบัน/รายใหญ่ 9 – 10 และ 13 – 14 ก.ค. 63 ใช้เป็นทุนหมุนเวียนภายในบริษัท

บริษัท ออลล์ อินสไปร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ALL ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เตรียมออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัท ครั้งที่ 3/2563 มูลค่าไม่เกิน 600 ล้านบาท แบ่งเป็นเสนอขายไม่เกิน 400 ล้านบาท และสำรองเพื่อการเสนอขายเพิ่มเติมมูลค่าไม่เกิน 200 ล้านบาท อายุ 9 เดือน 8 วัน ครบกำหนดไถ่ถอน 2564 มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ 6.8% ต่อปี ชำระดอกเบี้ย ทุกๆ 3 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ โดยเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ เปิดให้จองซื้อระหว่าง 9 – 10 และ 13 – 14 ก.ค. 63 ผ่านบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โดยมีธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ วัตถุประสงค์จะนำเงินจากการขายหุ้นกู้ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนภายในบริษัท

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย

สรุปภาวะตลาดหุ้นไทย

     ตลาดหุ้นไทยวันนี้ส่วนมากเคลื่อนไหวในแดนบวก โดยหุ้นที่ติดอันดับมูลค่าการซื้อขายสูงสุดในวันนี้ อย่าง AOT ได้รับ Sentiment เชิงลบจากปัจจัยภายนอก ที่สถานการณ์โลกในขณะนี้มีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น จนมีจำนวนสะสมทะลุ 12 ล้านคน ซึ่งถือว่ามากเป็น 3 เท่าของจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ทั่วโลกในแต่ละปี ส่วนปัจจัยภายในนั้น มาจากทางสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ออกมายอมรับเรื่องการเปิดบินระหว่างประเทศแบบ Travel Bubble อาจจะถูกเลื่อนยาวออกไป

     โดย นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือกพท. ออกมาเปิดเผยว่า จากเดิมคาดหวังไว้ว่า เดือนสิงหาคมนี้ จะสามารถคลายล็อก แล้วให้บริการเดินทางโดยสารอากาศยานระหว่างประเทศได้ ในลักษณะของ Travel Bubble หรือ มาตรการที่หลายประเทศจะร่วมมือกัน เปิดให้นักท่องเที่ยวที่เป็นประชากรของประเทศในกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศเหล่านี้ได้อย่างเสรี แต่ยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวจากประเทศนอกกลุ่ม ถึงแม้ว่าจะมีการเริ่มเจรจากันไปแล้วกับหลายประเทศ เช่น จีน, ญี่ปุ่น และเกาหลี แต่สถานการณ์ล่าสุดกลับพบว่า ประเทศเหล่านี้ประสบปัญหาการระบาดรอบ 2 ทำให้แนวทางนี้ก็ต้องชะลอออกไปโดยยังไม่มีกำหนด

     ในทางกลับกัน สถานการณ์โควิด-19 กลับส่ง Sentiment เชิงบวกให้หุ้นถุงมือยาง อย่าง STGT แรงขึ้นจนหยุดไม่อยู่ โดยช่วงบ่ายราคาปรับตัวสูงขึ้นกลับมาที่ราคายืนเหนือกว่า 70 บาทอีกครั้ง หลังจากที่เมื่อวานขึ้นไปทำราคาสูงสุดที่ 74.75 บาท

วีน่า ซัน เอ็นเนอร์จี ฉลองสัญญาเช่าที่ดิน ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 – เหงะอาน

วีน่า ซัน เอ็นเนอร์จี ฉลองสัญญาเช่าที่ดิน ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 – เหงะอาน

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท วีน่า ซัน เอ็นเนอร์จี อินเวสเมนท์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์สำหรับแบรนด์รถบรรทุกขนาดใหญ่ อาทิ แซค (Zac) ตงฟาง (Dongfang) และโฮโว (Howo) จัดพิธีเฉลิมฉลองการลงนามในสัญญาเช่าที่ดินเพื่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน 1 - เหงะอาน โดยโรงงานแห่งนี้จะเป็นฐานการผลิตและคลังสินค้าเพื่อเสริมทัพการผลิตของบริษัท ตอบรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของลูกค้าทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก