WICE ตั้งเป้ารายได้ปี 62 โต 30% แตะ 2,200 ล้านบาท

WICE ตั้งเป้ารายได้ปี 62 โต 30% แตะ 2,200 ล้านบาท โชว์จุดแข็งบริการครบวงจร มีเครือข่ายรองรับทุกเมืองการค้าสำคัญ พร้อมขยายการให้บริการขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มตู้เสริมรายได้ การันตีผลงานปีนี้เข้าเป้า ขณะที่ผลประกอบการ 9 เดือน กวาดรายได้ 1,313.41 ล้านบาท กำไร 79 ล้านบาท

นายชูเดช คงสุนทร กรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไวส์ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)( WICE )  ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศแบบครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 62 เติบโต 30 % หรืออยู่ที่ประมาณ 2,200 ล้านบาท โดยมีแผนเพิ่มปริมาณงานบริการของทุกธุรกิจ ประกอบด้วย ธุรกิจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแบบ Door-to-Door งานบริการขนส่งสินค้าในประเทศ-ระหว่างประเทศ งานบริหารจัดการคลังสินค้า และงานด้านการขนส่งข้ามชายแดน )Cross border)

ทั้งนี้ WICE มีโอกาสขยายงานจำนวนมากให้กับฐานลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ เนื่องจากมีบริการที่ครบวงจร สามารถรองรับความต้องการได้ทุกรูปแบบ อีกทั้งมีบริษัทเครือข่ายกระจายอยู่ในประเทศศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ ซึ่งมีความต้องการใช้งานบริการโลจิสติกส์สูง ประกอบด้วย WICE Logistics (Hong Kong) Ltd. , WICE Logistics (Singapore) Ltd. และบริษัทร่วมทุน EUROASIA TOTAL LOGISTICS CO., LTD. (ETL)

นอกจากนี้บริษัทจะขยายการให้บริการขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มตู้ (LTL)เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่มีปริมาณของไม่มาก เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง โดยบริษัทได้รับมอบตู้คอนเทรนเนอร์แบบสั่งทำพิเศษทั้งตู้สำหรับแช่เย็น และตู้แบบแห้งแล้วจำนวน 150 ตู้ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรองรับงานขนส่งข้ามชายแดนที่มีปริมาณเพิ่มขึ้น

ขณะที่แนวโน้มธุรกิจในช่วงไตรมาส 4/61 เป็นไปในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาสงครามการค้า แต่ WICE  ในประเทศต่างๆ มีปริมาณการให้บริการกับลูกค้าเพิ่มขึ้น เชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% อยู่ที่ประมาณ 1,800 ล้านบาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 25 ปี         

 “การเติบโตของภาคส่งออกยังผลักดันธุรกิจโลจิสติกส์ระหว่างประเทศเติบโตในเกณฑ์ดี ที่ผ่านมาส่งออกของไทยในเดือนต.ค.มีมูลค่า 21,757.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.7% เป็นการกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังจากเดือนก.ย.ที่ผ่านมาขยายตัวติดลบ 5.2% ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 22,037.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 11.23% โดยขาดดุลการค้า 279.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนการส่งออกรวม 10 เดือนของปี 2561 (ม.ค.-ต.ค.) มีมูลค่า 211,487.8 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.19% การนำเข้ามีมูลค่า 208,928.9 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 14.78% เกินดุลการค้ามูลค่า 2,558.9 ล้านเหรียญสหรัฐ

สาเหตุที่ภาคส่งออกกลับมาฟื้นตัวเนื่องจากการส่งออกขยายตัวได้ดีเกือบทุกตลาด โดยตลาดในภูมิภาคเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย และ CLMV ขยายตัวในระดับสูงที่ 18.7% , 12% และ 18.2% สหรัฐฯ และจีน ก็กลับมาขยายตัว โดยเพิ่ม 7.2% และ3% หลังจากหดตัวลงเล็กน้อยในเดือนก.ย. 61”นายชูเดช กล่าว

            สำหรับผลประกอบการไตรมาส 3/61 บริษัทมีรายได้รวมทั้งสิ้น 490.53 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 371.50  ล้านบาท จำนวน 119.02 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 32.04% และมีกำไรสุทธิ 30.76 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 27.95 ล้านบาท จำนวน 2.81 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.07%

ส่วนผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 61มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,313.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 254.96 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 24.09% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีรายได้รวมที่ 1,058.45 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิอยู่ที่  79 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 77.73 ล้านบาท จำนวน 1.27 ล้านบาท หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.63%

ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของ WICE แบ่งเป็น Sea Freight 35%, Air Freight 45%, การให้บริการ Logistics 17% และ Cross-Border Services 3%

UREKA หุ้นฮอตแห่งปี

UREKA หุ้นฮอตแห่งปี

ราคาหุ้น บมจ.ยูเรกา ดีไซน์ หรือ UREKA ปรับตัวเพิ่มขึ้นคึกคัก เรียกได้ว่า หัวบันไดไม่แห้งตั้งแต่ต้นปียาวมาจนถึงสิ้นปี ฮอตขนาดนี้เอาไปเลยกับฉายา  “หุ้นฮอตแห่งปี” ก็เพราะมีปัจจัยพื้นฐานหนุนอย่างชัดเจน ซึ่งหลังจากจับธุรกิจออโตเมชั่นแล้ว อะไรๆก็ดูดีไปหมด ทั้งจากผลประกอบการ 9 เดือนปีนี้ ออกมาสุดประทับใจ แถม พลิกเป็นกำไร 14.65 ล้านบาท หรือเติบโต 129.04% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  ส่วนปีนี้ผลประกอบการจะเซอร์ไพร์สหรือไม่..งานนี้มีลุ้นแน่นอน!!

homeproLucky in Game

โฮมโปร อัดแคมเปญลดกระหน่ำสะเทือนเกาะภูเก็ต กับ “โฮมโปร ลดกันสนั่นเกาะ” 3 สาขา หวังกระตุ้นกำลังซื้อ Q4 ตั้งแต่ 7-16 ธ.ค. 61 นี้ 10 วันเท่านั้น

โฮมโปร กระตุ้นยอดขายไตรมาส 4 ปลายปี 2561 จัดโปรโมชั่นเอาใจชาวภูเก็ต  “โฮมโปร ลดกันสนั่นเกาะ” ที่โฮมโปรภูเก็ตทั้ง 3 สาขา พร้อมจัดเต็มสินค้าเรื่องบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้า ยกขบวนความคุ้มลดราคาสูงสุดถึง 70%และลุ้นสนุกไปกับโปรโมชั่น Lucky in Game ลุ้นสร้อยคอทองคำและของรางวัลมากมายกว่า 1,000 รายการ พร้อมเสิร์ฟความคุ้มต่อเนื่อง กับช้อปครบ...รับฟรี บัตรของขวัญโฮมโปร มูลค่าสูงสุดถึง 22,000 บาท ตั้งแต่วันที่   7-16 ธันวาคม ศกนี้ 10 วันเท่านั้น ตั้งเป้ายอดขายกว่า 90 ล้านบาท

นางสาวสิริวรรณ เสริมชีพ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ “โฮมโปร”  เปิดเผยว่า จังหวัดภูเก็ตถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและจังหวัดเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โฮมโปรจึงได้เน้นแคมเปญกระตุ้นเศรษฐกิจขึ้นในภูเก็ต เพื่อเป็นการเพิ่มกำลังซื้อสินค้าเรื่องบ้านของประชาชนรวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยในไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 นี้โฮมโปรได้จัดโปรโมชั่น “โฮมโปร ลดกันสนั่นเกาะ” ขึ้น ถึง 3 สาขา ได้แก่ โฮมโปร สาขาโลตัสสามกอง, สาขาฉลอง และสาขาถลาง เพื่อเป็นการคืนกำไรและมอบของขวัญรับเทศกาลปีใหม่แก่ลูกค้า ให้ได้รับความคุ้มค่าและความสุข ทั้งยังเพิ่มความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจในประเทศ โดยโปรโมชั่นลดสนั่นเกาะนี้จะจัดขึ้นครั้งเดียวในรอบปี เพียง 10 วันเท่านั้น

            ความฟินจัดเต็มลดกันสนั่นเกาะนี้ ไม่ได้มีแค่คุ้มเดียวเท่านั้น เพราะโฮมโปรขนความคุ้มค่ามาเสิร์ฟแบบไม่มีกั๊ก ฟินสนั่นกันยาวๆ 5 ต่อ เริ่มจาก คุ้มที่ 1 ยิ้มรับความสุขไปกับกองทัพสินค้าและของตกแต่งบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าจากThe Power ที่ยกขบวนกันลดราคามาให้ช้อปเพลินๆ สูงสุดถึง 70%!!!

          คุ้มที่ 2 ช้อปจัดเต็มแล้วมาลุ้นให้สุดกับ Lucky in Game เพียงช้อปครบตามที่รายการระบุ แล้วมารับสิทธิ์จับของรางวัลฟรี!! มากมายกว่า 1,000 รายการ พร้อมลุ้นไปกับรางวัลใหญ่อย่าง สร้อยคอทองคำ, Samsung LED TV, ไมโครเวฟSamsung รวมไปถึงคะแนนสะสมบัตรโฮมการ์ดถึง 300 คะแนน

คุ้ม 3 Brand Sale กับขบวนสินค้าแบรนด์ดัง ที่ยกขบวนลงเกาะมาลดราคาสุดพิเศษให้ถึงที่มากกว่า 10 แบรนด์ อาทิ Samsung, LG, Moya, Tara, Yale, Solo, Philips, Teka, Mex, Hyundai, Zinsano, Azle, Hitachi. Cocoru, Stiebel Eltronและ Eve

คุ้ม 4 ช้อปครบ...รับฟรี กับบัตรของขวัญสุดคุ้มจากโฮมโปร มูลค่าสูงสุดถึง 22,000 บาท

คุ้ม 5 สิทธิพิเศษจากสถาบันการเงิน บัตรเครดิตโฮมโปร วีซ่า แพลทินัม และบัตรเครดิตกรุงศรี แค่ช้อปก็รับส่วนลดทันที 3% พร้อมรับเครดิตเงินคืนเพิ่มอีก 2% เมื่อชำระเต็มจำนวน

นางสาวสิริวรรณ  กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจาก โปรโมชั่น “โฮมโปร ลดกันสนั่นเกาะ” ที่เป็นการคืนกำไรให้กับกลุ่มลูกค้าและคนรักบ้านแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตและภาคใต้กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง ทั้งยังสามารถเรียกความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติ ให้หันมามองเกาะภูเก็ตมากขึ้นอีกด้วย ซึ่งโปรโมชั่นลดสนั่นเกาะนี้ จะจัดขึ้นในวันที่ 7-16 ธันวาคม 2561 นี้ 10 วันเท่านั้น ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.homepro.co.th หรือ โทร 1284

ออเดอร์ทะลัก…รับเทศกาลปีใหม่

ออเดอร์ทะลัก...รับเทศกาลปีใหม่

ใกล้เทศกาลปีใหม่แบบนี้...ถ้าสนใจหุ้นที่อยู่ในกระแส ต้องยกให้ EPCO หรือ บมจ.โรงพิมพ์ตะวันออก ของ "ป๋ายุทธ" เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นของการผลิตสิ่งพิมพ์ นะเจ้าคะ แว่วมาว่า ออเดอร์ไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ไม่ว่าจะเป็นปฏิทิน รูปภาพ หนังสือ หรืออะไรอีกเยอะแยะมากมาย...สมฉายา เจ้าพ่อโรงพิมพ์” จริงๆคร้า

“ CSS ทางเลือกแห่งการลงทุน”

“ CSS ทางเลือกแห่งการลงทุน”

บมจ.คอมมิวนิเคชั่น แอนด์ซิสเต็มส์ โซลูชั่น (CSS) ยังคงติดโผหุ้นที่เป็นตัวเลือกในการลงทุนที่ช่วยลดความเสี่ยงในภาวะที่ตลาดหุ้นผันผวนได้ดี ด้วยดีกรีมีอัตราผลตอบแทนอยู่ในระดับสูง ราคาหุ้นไม่แพง โดยมี P/E อยู่ที่  13.87 เท่า  ส่วน P/BV 1.52 เท่า และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 8.82 % ...แฟนคลับจับจองเป็นเจ้าของด่วนเลยจ้า

BTS-BEM บวกคึกคัก หลังกลุ่ม BSR-กลุ่มซีพี ผ่านข้อเสนอเทคนิครถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

BTS-BEM บวกคึกคัก หลังกลุ่ม BSR-กลุ่มซีพี ผ่านข้อเสนอเทคนิครถไฟเชื่อม 3 สนามบิน

หุ้น BTS ปรับขึ้น 0.52% มาที่ 9.60 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.05 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 74.18 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.31 น. ราคาหุ้นเปิดตลาดที่ 9.60 บาท ราคาทำระดับสูงสุดที่ 9.65 บาท และราคาทำระดับต่ำสุดที่ 9.60 บาท

ส่วนหุ้น BEM ปรับขึ้น 2.14% มาที่ 9.55 บาท หรือเพิ่มขึ้น 0.20 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 657.67 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.31 น. ราคาหุ้นเปิดตลาดที่ 9.40 บาท ราคาทำระดับสูงสุดที่ 9.65 บาท และทำระดบต่ำสุดที่ 9.40 บาท

เมื่อวานนี้นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า จากการพิจารณาด้านเทคนิคของผู้ยื่นข้อเสนอโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา) ปรากฎว่า ทั้งสองกลุ่มคือกลุ่ม BSR และกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร ผ่านคุณสมบัติด้านเทคนิค และในวันที่ 11 ธ.ค.นี้ คณะกรรมการมาตรา 35 ของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน จะเปิดซองราคา

สำหรับเอกชน 2 กลุ่มเข้ายื่นข้อเสนอร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ กิจการร่วมค้า BSR ประกอบด้วย บมจ.บีอีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ร่วมลงทุน 60% , บมจ.ซิโนไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์คอนสครัคชั่น (STEC) ถือหุ้น 20% และ บมจ.ผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง (RATCH) ถือหุ้น 20%

และกลุ่มกิจการร่วมค้า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร ประกอบด้วยบริษัท เจริญโภคภัณฑ์ โฮลดิ้ง จำกัด เป็นแกนนำหลักถือหุ้น 70% ร่วมลงทุนกับกลุ่มพันธมิตรหลัก ได้แก่ กลุ่ม บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) และ บมจ.ช.การช่าง (CK)รวมถือ 15%, China Railway Construction Corporation Limited (สาธารณรัฐประชาชนจีน) หรือ CRCC ถือหุ้น 10% และ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ถือหุ้น 5%

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า โครงการนี้มีขนาดใหญ่มากถึง 2.2 แสนล้านบาท และได้สิทธิการบริหารที่ดินแปลงใหญ่ที่มักกะสัน จึงคาดว่าจะมีการเก็งกำไรผู้ชนะประมูลในระยะนี้ แต่สิ่งที่ต้องติดตามคือ การบริหารเงินทุน ซึ่งต้องมีการใช้เงินลงทุนอีกจำนวนมาก คาดว่าจะมีการใช้เงินกู้ การลงเงินมายังบริษัทร่วมทุน แต่ข้อดีคือ ทยอยลงทุนได้

“เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล” เอ็มดี TPCH ลาอุปสมบท

"เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล” เอ็มดี TPCH ลาอุปสมบท

   "เชิดศักดิ์ วัฒนวิจิตรกุล”เอ็มดี คนแก่งสุดขยันแห่ง บมจ.ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง หรือ TPCH ประกาศ ขอลาเข้าพิธีอุปสมบทแบบเงียบๆ และเรียบง่าย ณ.ประเทศอินเดีย งานนี้..วงในกระซิบมาว่า การบวชครั้งนี้ เป็นสิ่งที่เจ้าตัว ตั้งใจไว้ตั้งนานแล้ว เพื่อนำบุญกุศลส่งต่อให้กับบิดา และมารดา ประกอบกับช่วงนี้ได้ประเมินพื้นฐานธุรกิจแล้ว กำลังไปได้สวย ไม่มีอะไรให้ต้องกังวล  เพราะแกร่งสุดๆ จึงตัดสินใจเข้าพิธีอุปสมบท โดยจะใช้เวลาศึกษาธรรมะประมาณ 1 เดือน ยังไงก็ขออนุโมทนาบุญกันด้วยนะคร้าบบบ

SUPER รอลุ้นอินฟราฯคลอดต้นปี62

SUPER รอลุ้นอินฟราฯคลอดต้นปี62

ใกล้ความจริงเข้ามาทุกที.. สำหรับกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้าซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF ) มูลค่า 8,500 – 9,000 ล้านบาท ของ บมจ.ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี คอร์เปอเรชั่น  (SUPER )  ล่าสุดได้ยินว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตบเท้าเข้าตรวจโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 19 โครงการ กำลังการผลิต 118 เมกะวัตต์ ไปเรียบร้อยแล้ว และจะมีการโอนเข้าเป็นสินทรัพย์ของกองทุนในเร็วๆนี้  ฟาก "จอมทรัพย์ โลจายะ"ประธานกรรมการบริษัท กระซิบบอกความคืบหน้ามาว่า ช่วงปลายเดือนมกราคม – ต้นกุมภาพันธ์ 2562 น่าจะเห็นเป็นรูปเป็นที่ร่างชัดเจน และเชื่อว่าจะคลอดได้ตามแผนที่วางไว้  งานนี้ผู้ถือหุ้นและมิตรรักแฟนคลับ SUPER อดใจกันอีกนี๊ดดดดด

“BM” ปักธงปี 61 เป้ารายได้พุ่ง10-20% พร้อมวางแผนปีหน้าทุบสถิติ “ออลไทม์ไฮ”

"BM" ปักธงปี 61 เป้ารายได้พุ่ง10-20% พร้อมวางแผนปีหน้าทุบสถิติ "ออลไทม์ไฮ"

“บางกอกชีทเม็ททัล” ย้ำเป้ารายได้ปี 61 โต10-20% แย้มกำแบ็กล็อก 500 ล้านบาท เล็งรับงานซับคอนเทรคตู้สื่อสาร " USO NET เฟส 2" มูลค่า 170 ล้านบาท เดินหน้าเซ็นสัญญารับงานเฟอร์นิเจอร์เหล็ก เพื่อส่งออกไปสหรัฐฯ

 

นายธานิน สัจจะบริบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) หรือ BM เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจรายได้ปี 2561 จะเติบโต 10-20% จากปี 2560 ที่มีรายได้อยู่ที่ 846 ล้านบาท เนื่องจากมียอดขายที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) ประมาณ 500 ล้านบาท โดยคาดจะรับรู้รายได้ปีนี้บางส่วน และในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าจะเติบโตกว่าช่วงครึ่งปีแรก หลังจากได้รับออเดอร์งานในส่วนของเสาสื่อสารโทรคมนาคม รวมทั้งได้รับออเดอร์งานในธุรกิจอื่น ๆ ที่มากขึ้น

ทั้งนี้ บริษัทยังเตรียมรับงานซับคอนเทรคตู้สื่อสาร " USO NET เฟส 2" ประมาณ 10,000 ตู้ มูลค่า 170 ล้านบาท ประกอบกับบริษัทยังคาดว่าจะเซ็นสัญญารับงานผลิตเฟอร์นิเจอร์เหล็ก เพื่อส่งออกไปยังสหรัฐ ฯ ส่งผลคาดว่าในปีหน้าผลประกอบการของบริษัทจะทำสถิติสูงสุดใหม่ (ออลไทม์ไฮ)

สำหรับในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ลงทุนเพิ่มในหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิของบริษัท นิตโต้ โตเกียว เทรดดิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 7.14 ล้านบาท โดยรวมเงินลงทุนอยู่ที่ 9.60 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 48% จากเดิม 41%ของทุนเรียกชำระแล้ว

อีกทั้งบริษัทยังได้ลงทุนในบริษัท เอ็ม อี ซี ที จำกัด หรือ MECT ผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้า-สื่อสาร ระบบปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล และระบบป้องกันอัคคีภัย โดยได้มีการเข้าซื้อหุ้นสามัญจำนวน 391,250 หุ้น ราคาหุ้นละ 388.86 บาท มูลค่าที่ตราไว้ 100 บาท รวมมูลค่าการลงทุน 152.14 ล้านบาท

            นอกจากนี้ผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/61 โดยบริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 34.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.92 ล้านบาท หรือเติบโต  98.95% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 17.10 ล้านบาท ส่งผลในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2561 มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 42.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.79 ล้านบาท หรือเติบโต  29.52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 33.16 ล้านบาท

โดยมีปัจจัยการเติบโตมาจากบริษัทได้รับเงินปันผลจำนวน 19.56 ล้านบาท หลังจากได้มีการเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท เอ็ม อี ซี ที จำกัด หรือ MECT ผู้ให้บริการรับเหมาติดตั้งระบบไฟฟ้า-สื่อสาร ระบบปรับอากาศ ระบบสุขาภิบาล และระบบป้องกันอัคคีภัย จำนวน 391,250 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน 20% ของจำนวนหุ้นที่ออกจำหน่ายแล้วของ MECT ภายหลังการทำรายการ โดยมีการซื้อขายหุ้นในราคา 388.86 บาท มีมูลค่าที่ตราไว้ 100 บาทต่อหุ้น รวมทั้งสิ้นมีมูลค่าลงทุนอยู่ที่ 152.14 ล้านบาท

25 ปี ซี.พี.เวียดนาม ปักธงไทยสร้าง 3 ประโยชน์ พัฒนาเศรษฐกิจชาติ สร้างรายได้ประชาชน ตอบแทนสังคมยั่งยืน

25 ปี ซี.พี.เวียดนาม ปักธงไทยสร้าง 3 ประโยชน์ พัฒนาเศรษฐกิจชาติ สร้างรายได้ประชาชน ตอบแทนสังคมยั่งยืน

บริษัท ซี.พี.เวียดนามคอร์ปอเรชั่น ฉลองครบรอบ 25 ปี ที่เปิดดำเนินธุรกิจในประเทศเวียดนาม เข้ารับรางวัลเกียรติยศจากรัฐบาล ตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ "3 ประโยชน์" ส่งผลกิจการเติบโตต่อเนื่อง

นายมนตรี สุวรรณโพธิ์ศรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซี.พี.เวียดนามคอร์ปอเรชั่น เข้าร่วมพิธี มอบเหรียญอิสริยาภรณ์แรงงาน ชั้น3 ซึ่งเป็นรางวัลที่ประธานาธิบดีเวียดนามมอบให้บริษัทฯ เพื่อยกย่องผลงาน การมีส่วนร่วมพัฒนาประชาชนชาวเวียดนามให้ได้รับความรู้ ได้รับอาชีพ และเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นกำลังสำคัญ ในการพัฒนาประเทศเวียดนาม ตอกย้ำความสำเร็จของปรัชญาดำเนินธุรกิจ 3 ประโยชน์ นั่นคือ ธุรกิจที่ทำต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศที่ไปลงทุน ประโยชน์ต่อประชาชนในประเทศนั้น และประโยชน์ต่อบริษัท รางวัลนี้สร้างพลังและกำลังใจให้แก่ทุกคนในบริษัทเป็นอย่างมาก

"ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ ซี.พี.เวียดนามเข้ามาดำเนินธุรกิจ ต้องขอขอบคุณรัฐบาลเวียดนาม ที่ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกในการทำงานอย่างดียิ่ง ขอบคุณเกษตรกรที่ร่วมกันผลิตอาหารปลอดภัย เพื่อประชาชน ขอบคุณเพื่อนพนักงานที่ร่วมสร้างบริษัทมาจนถึงวันนี้ ตลอดจนขอขอบคุณผู้บริโภคชาวเวียดนาม ที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของเราด้วยดี การทำธุรกิจอย่างครบวงจรตั้งแต่อาหารสัตว์-ฟาร์มเลี้ยงสัตว์-อาหารแปรรูป (Feed–Farm–Food) ตลอดห่วงโซ่การผลิต นั้นสามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้แก่พี่น้องประชาชนชาวเวียดนาม นับแสนครอบครัว ขณะเดียวกันบริษัทยังเป็นบริษัทดีเด่นที่ชำระภาษีรายได้ให้แก่รัฐบาล เวียดนามทุกปีติดต่อกัน ระดับรายได้ของซี.พี.เวียดนามและการพัฒนาเศรษฐกิจของเวียดนามผ่านกิจการต่างๆของบริษัทนี้ ส่งผลถึงรายได้รวม ของ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) อย่างต่อเนื่องด้วย" นายมนตรีกล่าว

ทั้งนี้ ซี.พี.เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น เป็นบริษัทของไทย ที่เข้ามาจดทะเบียนตั้งบริษัท ตั้งแต่ปี 1993 โดยดำเนินธุรกิจเกษตรปศุสัตว์และอาหารครบวงจร ครอบคลุมทั้งธุรกิจสัตว์บกและธุรกิจสัตว์น้ำ ปัจจุบัน ซี.พี.เวียดนาม มีบุคลากรทั้งหมดกว่า 20,000 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวเวียดนามถึง 98.72% ซึ่งบริษัทเปิดโอกาสให้พนักงาน แสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้พนักงานชาวเวียดนามเติบโตสู่ตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงได้เป็นจำนวนมาก

ขณะเดียวกันได้จัดตั้ง "กองทุน ซี.พี.เวียดนามเพื่อการกุศล" (CPV's Donation Fund) เพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างยั่งยืนในหลายๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการบริจาคโลหิต ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2009 โดยมียอดรับบริจาคโลหิตรวมทั้งสิ้นกว่า 200,000 ยูนิต (ประมาณ 62 ล้านซีซี) เป็นที่ยอมรับและชื่นชมจากรัฐบาลและประชาชน นอกจากนี้ยังมีโครงการหน่วยแพทย์อาสา และโครงการช่วยเหลือ ผู้ด้อยโอกาสต่างๆ อีกหลายโครงการ

นาง เล เหยิด ถุ่ย รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ประธานกองทุน ซี.พี.เวียดนาม เพื่อการกุศล กล่าวว่า เดิมทีชาวเวียดนามมีความเชื่อที่จะไม่ให้เลือดของตนแก่คนนอกครอบครัว แต่โครงการบริจาคโลหิตที่ซี.พี.เวียดนาม เป็นผู้รณรงค์ส่งเสริมนั้นสามารถเปลี่ยนความเชื่อดังกล่าว กระทั่งสร้างประโยชน์แก่วงการสาธารณสุขของเวียดนาม เป็นอย่างมาก

พัฒนาเศรษฐกิจ...ยกระดับคุณภาพชีวิต
ซี.พี.เวียดนาม มีส่วนในการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศในระยะ 25 ปีที่ผ่านมาค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาภาคเกษตรอุตสาหกรรมอันทันสมัย มีการนำเทคโนโลยีการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนองค์ความรู้ต่างๆเข้ามาถ่ายทอดให้แก่เกษตรกร ส่งผลให้เกษตรกรชาวเวียดนามมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถ ประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืน พร้อมๆกับการที่ประชาชนชาวเวียดนามมีปริมาณอาหารโปรตีนรับประทานได้อย่าง เพียงพอ ตลอดจนสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรไปจำหน่ายยังนานาประเทศ ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของชาติได้ อย่างเป็นรูปธรรม

นายจิรวิทย์ รชตะนันทน์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจฟาร์มสัตว์บก กล่าวว่า ซี.พี.เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น มีผลผลิตสุกรในปี 2017 อยู่ที่ 5 ล้านตัว ผลผลิตไข่ไก่ราว 200 ล้านฟอง และผลิตภัณฑ์ไก่เนื้อ 80,000 ตัน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลผลิตจากเกษตรกร ยกตัวอย่างธุรกิจสุกร ที่บริษัทได้ส่งเสริมเกษตรกรในระบบ Contract Farming เป็นจำนวน 2,410 ครอบครัว ซึ่งเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาระดับราคาสุกรในเวียดนามตกต่ำอย่างมาก จากปัญหาสุกรล้นตลาด แต่เกษตรกรทั้งหมดของบริษัทกลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เนื่องจากบริษัทเป็นผู้รับความเสี่ยงแทนทั้งหมด ขณะที่เกษตรกรอิสระหลายรายต้องประสบภาวะขาดทุนและบางส่วนต้องเลิกกิจการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ไป

"นอกเหนือจากการทำฟาร์ม เรายังริเริ่มขยายระบบการจัดจำหน่ายเนื้อสุกรในรูปแบบของ "ร้านสุกร CP" (CP Pork shop) กระทั่งปัจจุบันสามารถขยายร้านได้แล้วถึง 546 สาขา ซึ่งเป็นการจัดจำหน่ายโดยผู้ประกอบการรายย่อยทั้ง 100% เพื่อการสร้างงานสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนชาวเวียดนาม ตลอดจนเป็นการยกระดับมาตรฐาน อาหารปลอดภัยและการจัดจำหน่ายเนื้อสัตว์อย่างถูกสุขลักษณะเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค" นายจิรวิทย์กล่าวและว่า

สำหรับธุรกิจไก่เนื้อ ในเร็วนี้บริษัทจะเปิด โครงการเลี้ยงไก่แปรรูปครบวงจรเพื่อการส่งออก (เฟสแรก) เพื่อใช้เวียดนามเป็นฐานในการส่งออกไก่แปรรูปไปยังประเทศต่างๆ โดยโรงงานแห่งนี้จะเป็นโรงงานที่ทันสมัยที่สุด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีกำลังการผลิต 1 ล้านตัว/สัปดาห์ ภายใต้มาตรฐานการผลิตอาหารปลอดภัยในระดับสากล เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และตรวจสอบย้อนกลับได้

ด้าน นายอดิศักดิ์ ต่อสกุล รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจสัตว์น้ำ กล่าวเสริมว่า ในปีที่ผ่านมา ซี.พี.เวียดนาม ส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปสัตว์น้ำ ประเภทกุ้งและปลาแพนกาเซียสดอร์รี่ไปยังประเทศต่างๆ อาทิ ญี่ปุ่น อังกฤษ ออสเตรเลีย ฮ่องกง จีน และยุโรป ในปริมาณถึง 20,000 ตัน

ขณะเดียวกัน ยังส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงกุ้ง ด้วยระบบ "C.P. Combined Model" โดยนำหลักการเลี้ยงกุ้งที่ดี และถูกต้องตามหลักวิชาการทุกอย่างมารวมกันในสเกลเล็ก เพื่อให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเป็นเจ้าของกิจการฟาร์ม เลี้ยงกุ้งได้ ประกอบกับทางรัฐบาลเวียดนามให้การสนับสนุน ส่งผลให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ จึงทำให้ปัจจุบัน เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเวียดนามไม่จำเป็นต้องเป็นเกษตรกรรายใหญ่ อุตสาหกรรมกุ้งของเวียดนามจึงประสบความสำเร็จ มีผลผลิตที่มีคุณภาพในปริมาณที่เพิ่มขึ้น และส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดโลกได้มากยิ่งขึ้น

"ปัจจุบัน ความสำเร็จของโมเดลการเลี้ยงกุ้งในระบบ C.P. Combined Model นี้กำลังกลายเป็นต้นแบบให้ ธุรกิจสัตว์น้ำของซีพีเอฟในประเทศต่างๆ เข้ามาศึกษา และรับองค์ความรู้ไปพัฒนาในแต่ละประเทศด้วย" นายอดิศักดิ์กล่าว

สำหรับธุรกิจแปรรูปอาหาร นายสุพัฒน์ ศรีธนาธร รองกรรมการผู้จัดการบริหารธุรกิจอาหารแปรรูปครบวงจร เปิดเผยว่า ซี.พี.เวียดนามเริ่มดำเนินการผลิตอาหารแปรรูปในปี 2010 โดยในปัจจุบัน ประกอบด้วยธุรกิจอาหารแปรรูป อาทิ ไส้กรอก ธุรกิจร้านค้าปลีก เช่น CP fresh mart และธุรกิจร้านอาหาร เช่น ธุรกิจห้าดาว

"กลุ่มอาหารแปรรูปที่ได้รับความนิยมอย่างมากในเวียดนามคือ ไส้กรอก ซึ่งเรามีส่วนแบ่งตลาดถึง 20% และในปีหน้าจะเน้นส่งผลิตภัณฑ์อาหารพร้อมทานสู่ตลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ไส้กรอก ซูชิ ติ่มซำ ไข่แปรรูปพร้อมทาน และอาหารสำเร็จรูปพร้อมรับประทานอื่นๆ โดยตั้งเป้าจะขยายส่วนแบ่งตลาดอาหารแปรรูปเพิ่มขึ้น ส่วนห้าดาวก็เป็น ธุรกิจอาหารสำเร็จรูปที่เติบโตด้วยดีในเวียดนาม โดยบริษัทสนับสนุนให้ชาวเวียดนามมีโอกาส เป็นเจ้าของธุรกิจ ให้องค์ความรู้ด้านการจัดการ สนับสนุนการขายทุกอย่าง กระทั่งปัจจุบัน มีชาวเวียดนามเข้ามาเป็น เจ้าของธุรกิจห้าดาว ถึง 500 ครอบครัว และจะเพิ่มเป็น 600 ครอบครัวในปีหน้า" นายสุพัฒน์กล่าวทิ้งท้าย

นายสุขสันต์ เจียมใจสว่างฤกษ์ ประธานคณะผู้บริหารธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า ซี.พี.เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น เป็นกิจการหนึ่งในกลุ่มธุรกิจต่างประเทศ (Oversea Business) ที่ตลอด 25 ปีมีการสร้างคน สร้างทีมงานที่ดี และมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเป็นลำดับ นับเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนของซีพีเอฟ รวมถึงกลยุทธ์ การดำเนินธุรกิจที่เสริมความแข็งแกร่งของพันธมิตรและการดำเนินโครงการเพื่อสังคม จนนำไปสู่การยอมรับจากรัฐบาล และประชาชนชาวเวียดนาม กระทั่งได้รับเหรียญเกียรติคุณแห่งชาติในครั้งนี้ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของพนักงานทุกคน