JCK พร้อมแล้ว สำหรับอานิสงส์ผังเมือง EEC – สงครามการค้า ผู้ประกอบการแห่ย้ายฐานการผลิตมาไทย นิคม TFD คาด ปีนี้กวาดยอดขายที่ดิน 150 – 200 ไร่

สำนักงาน Stock Focus –

CGD ปลื้ม! หุ้นกู้ 500 ลบ.ขายเกลี้ยง พร้อมลุยโปรเจ็คโรงเรียนนานาชาติ-อสังหาฯ

“GUNKUL” ลงนาม MOU “มหาวิทยาลัยนเรศวร” ร่วมวิจัย/พัฒนานวัตกรรมสมาร์ทกริดเทคโนโลยีและเมืองอัจฉริยะ รองรับอุตสาหกรรมพลังงานโลกที่เปลี่ยนแปลง

“GUNKUL” ลงนาม MOU “มหาวิทยาลัยนเรศวร” ร่วมวิจัย/พัฒนานวัตกรรมสมาร์ทกริดเทคโนโลยีและเมืองอัจฉริยะ รองรับอุตสาหกรรมพลังงานโลกที่เปลี่ยนแปลง

สำนักงาน Stock Focus – บมจ. กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง (GUNKUL) ลงนามความร่วมมือ (MOU) กับวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ทกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสมาร์ทกริดเทคโนโลยีและเมืองอัจฉริยะ (Smart Grid & Smart City) และเทคโนโลยีพลังงานเกี่ยวเนื่องเพื่อรองรับอุตสาหกรรมพลังงานที่เปลี่ยนไปตามกระแสโลก

นางสาวโศภชา ดำรงปิยวุฒิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) (GUNKUL) ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับวิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ทกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อพัฒนาองค์ความรู้เรื่องระบบการซื้อขายไฟฟ้าแบบไร้ตัวกลาง หรือ Peer to Peer (P2P) รวมถึงสมาร์ทกริดและองค์ความรู้อื่นๆ เกี่ยวกับพลังงานทดแทน อาทิ ระบบการกักเก็บพลังงานที่ใช้ร่วมกับโครงการพลังงานลมเพื่อเพิ่มคุณภาพไฟฟ้าและโครงการด้านพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อรองรับอุตสาหกรรมพลังงานที่เปลี่ยนไปตามแนวโน้มของโลก อันสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่เป็นผู้นำด้านธุรกิจพลังงานทดแทนแบบครบวงจรด้วยเทคโนโลยีชั้นนำเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ความร่วมมือระหว่าง GUNKULและมหาวิทยาลัยนเรศวร ใน MOU ฉบับนี้ จะมีความร่วมมือต่างๆ ดังนี้ 1.วิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์ และ/หรือแอพพลิเคชั่น รวมถึงฮาร์ดแวร์ เพื่อรองรับระบบการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างผู้ใช้ไฟฟ้าแบบไร้ตัวกลาง หรือ Peer to Peer (P2P) รวมถึงการพัฒนา Platform อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ 2.ทดลองและทดสอบระบบที่เกิดจากการวิจัยและพัฒนาร่วมกัน ทั้งในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยนเรศวร พื้นที่ของ GUNKUL และพื้นที่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และ 3.ร่วมกันเผยแพร่ผลการศึกษา วิจัย และพัฒนาสู่สังคมทั้งในระดับชาติและระบบนาชาติ จากผลของความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยนเรศวร กับ GUNKUL ตามบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชน เพื่อการร่วมมือกันวิจัยและพัฒนานวัตกรรมสมาร์ทกริดเทคโนโลยี เมืองอัจฉริยะ (Smart Grid & Smart City) และเทคโนโลยีด้านพลังงานที่เกี่ยวเนื่อง

“จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัลในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อรูปแบบธุรกรรมของอุตสาหกรรมพลังงาน การพัฒนาเมือง รวมถึงรูปแบบของการศึกษาอย่างชัดเจนทั้งในระดับชาติและระดับสากลรัฐบาลได้กำหนดนโยบบายการพัฒนาประเทศด้านดิจิทัล โดยมีแผนในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อการพัฒนาประเทศในมิติต่างๆ ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมพลังงาน การพัฒนาเมือง และการศึกษาในทุกระดับชั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นทั้งสองฝ่ายได้ตระหนักถึงความสำคัญและตกลงที่จะร่วมมือกัน เพื่อศึกษาวิจัย และพัฒนานวัตกรรมสมาร์ทกริดเทคโนโลยีและเมืองอัจฉริยะ (Smart Grid & Smart City) เทคโนโลยีด้านพลังงานทดแทน ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจของทั้งสองหน่วยงานและตอบสนองกับนโยบายของประเทศ” นางสาวโศภชากล่าวในที่สุด

INSET เคาะราคาขายหุ้นไอพีโอ 2.69 บาท/หุ้น

INSET เคาะราคาขายหุ้นไอพีโอ 2.69 บาท/หุ้น

สำนักงาน Stock Focus – คุณศักดิ์บวร พุกกะณะสุต (คนที่4 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET และ คุณเล็ก สิขรวิทย (คนที่4 จากขวา) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมด้วย คุณยอดฤดี สันตติกุล (คนที่3 จากขวา) ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ร่วมลงนามในสัญญาแต่งตั้งผู้จัดจำหน่าย และรับประกันการจำหน่ายในการขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก หรือไอพีโอของ INSET เคาะราคาขาย 2.69 บาท/หุ้น โดยมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 5 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด , บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) , บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) , บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ณ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 25 กันยายน 2562

AQ ลุยฟ้อง ‘กรุงไทย’ เบี้ยวข้อตกลงชำระค่าเสียหาย – แย้งคำพิพากษา ในคดีของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

AQ ลุยฟ้อง ‘กรุงไทย’ เบี้ยวข้อตกลงชำระค่าเสียหาย – แย้งคำพิพากษา ในคดีของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

สำนักงาน Stock Focus – ตามมติที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ AQ ครั้งที่ 8/2562 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ที่อนุมัติให้ฟ้องคดีแพ่งธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) กรรมการ และผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) กรณีให้ดำเนินการนำเงินจำนวน 3,898.70 ล้านบาท ที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดิน 4,300 ไร่ของบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี่ อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด ไปชำระเป็นค่าความเสียหายในคดีของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายใน 15 วัน หากแต่ไม่มีการดำเนินการแก้ไขใดๆ บริษัทฯจึงดำเนินการยื่นฟ้องแพ่งเพื่อเรียกร้องให้ ธนาคารฯ ดำเนินการแก้ไขหรือชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น

ในวันที่ 25 เดือนกันยายน พ.ศ.2562 บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ AQ ในฐานะโจทก์ ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้ (คดีหมายเลขดำที่ พ.2354/2562) โดยมีจำเลยคือ บริษัท ธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ที่1), นายผยง ศรีวณิช (ที่2), นายนนทิกร กาญจนะจิตรา (ที่3), นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ (ที่4), พลเอกเทียนชัย รับพร (ที่5), นายปุณณิศร์ ศกุนตนาค (ที่6), นายไกรฤทธิ์ อุชุกานนท์ชัย (ที่7), นายธันวา เลาหศิริวงศ์ (ที่8), นายวิชัย อัศรัสกร (ที่9), นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ (ที่10), นางแพตริเซีย มงคลวณิช (ที่11), นางนิธิมา เทพวนังกูร (ที่12), นายปริญญา พัฒนภักดี (ที่13) ฐานผิดสัญญา, ละเมิด, และเรียกค่าเสียหาย จำนวน 3,898,704,840.00 บาท

โดยนายปริญญา พัฒนภักดี (จำเลยที่ 13) ตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ผู้บริหารสายงานปรับโครงสร้างและบริหารทรัพย์สิน ในฐานะตัวแทนของธนาคารและผู้รับผิดชอบในกรณีนี้หลายครั้ง ทำหน้าที่เจรจาหารือกับบริษัทฯ เป็นผู้แทนรับชำระเงินก้อนแรกที่บริษัทฯได้จากการเพิ่มทุน รวมทั้งเป็นผู้แทนธนาคารร่วมเจรจาตกลงกับบริษัทฯให้มีการขายที่ดินจำนวน 4,300 ไร่ ของบริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี่ อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด โดยวิธีการขายทอดตลาดให้แก่บุคคลที่สนใจ เพื่อนำเงินที่ได้มาชำระค่าเสียหายแก่ธนาคาร ซึ่งธนาคารได้รับเงินแล้วจำนวนรวมทั้งหมด 3,898,704,840.00 บาท

เงินจำนวนดังกล่าวจะต้องถูกหักออกจากค่าความเสียหายในคดีของศาลฏีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และบันทึกลงงบการเงินไตรมาสแรกปี 2562 ตามกรอบคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดีหมายเลขดำที่ อม.3/2555 และ หมายเลขแดงที่ อม.55/2558 อันระบุไว้ชัดเจนว่า “ธนาคารผู้เสียหายได้รับชำระคืนแล้วเป็นจำนวนเท่าใด ก็ให้หักออกจากจำนวนที่สั่งให้ใช้คืนตามส่วน” แต่ธนาคารมิได้หักเงินตามข้อตกลงในการชำระค่าเสียหาย ทั้งขัดกับคำพิพากษาฯ และขัดกับข้อเสนอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ธนาคารได้เจรจาไว้กับบริษัทฯ

นอกจากนี้บริษัทฯและธนาคารยังไม่เคยหารือ หรือเจรจาเรื่องการชำระดอกเบี้ยในคดีแพ่ง เพราะบริษัทฯไม่ได้เป็นลูกหนี้ธนาคารโดยตรง ข้อตกลงระหว่างบริษัทฯกับธนาคาร เป็นเรื่องการชำระค่าเสียหายในคดีของศาลฎีกาฯ ที่บริษัทฯ ต้องรับผิดชอบเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดสำคัญเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ผู้ดูแลรับผิดชอบกรณีนี้ทราบดีอยู่แล้ว การที่ธนาคารบันทึกให้เงินจำนวน 3,898,704,840.00 บาท ว่าเป็นการชำระดอกเบี้ยตามคำพิพากษาคดีแพ่งของศาลแพ่ง (ระหว่างธนาคารในฐานะโจทก์กับ บริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ด จำกัด ในฐานะจำเลย) ในงบการเงิน จึงเป็นการจงใจปฎิบัติผิดข้อตกลงอย่างชัดเจน

การไม่ปฎิบัติตามเงื่อนไขอย่างสุจริตและจงใจกระทำการผิดสัญญา เป็นการละเมิดและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อบริษัทฯ ซึ่งเป็นมหาชน และอาจเป็นเหตุให้บริษัทฯได้รับความเสียหายถึงขั้นต้องเข้าฟื้นฟูกิจการ บริษัทฯจึงไม่อาจนิ่งเฉยต่อการกระทำขององค์กรอันเป็นหน่วยงานหนึ่งของรัฐและเป็นธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ของประเทศ ที่มีหน้าที่ต้องปฎิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ของกฎหมาย รวมทั้งต้องใช้ความระมัดระวังในการพิจารณาอนุมัติเรื่องต่างๆอย่างระเอียดรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนหรือผลกระทบต่อลูกค้าหรือประชาชนทั่วไป จึงขอเรียกร้องต่อศาลให้มีการพิจารณาอย่างถูกต้องเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นนับหมื่นรายของบริษัทฯ

FPI พร้อมรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

FPI พร้อมรับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

สำนักงาน Stock Focus – เรียกว่า ไม่ธรรมดา สำหรับธุรกิจที่ต้องยืนอยู่ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจ... โดยเฉพาะธุรกิจส่งออก ซึ่งได้รับผลกระทบพอสมควร หนึ่งในนั้น คงหนีไม่พ้น บมจ.ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ หรือ FPI แต่งานนี้บอกเลยว่า เฮียพอล “สมพล ธนาดำรงศักดิ์” ในฐานะหัวเรือใหญ่ไม่เคยหวาดหวั่น เพราะปัจจุบัน เฮียยังเห็นโอกาสที่จะทำให้บริษัทฯเติบโต สร้างรายได้ผลตอบแทนดีต่อเนื่อง... ไม่ว่าเศรษฐกิจจะผันผวนแค่ไหน “เฮียพอล” ก็พร้อมปรับกลยุทธ์ในทันที แถมครึ่งปีที่ผ่านมา ธุรกิจอะไหล่ชิ้นส่วนยานยนต์ ยังสร้างผลตอบแทนได้ดี ทั้งโปรเจ็คใหม่ ทั้งงานใหม่ เรียกได้ว่า ออเดอร์ทะลักเข้ามาไม่ขาดสาย แถมช่วงนี้แว่วว่า FPI ยังมีการทำโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ เข้ามาเสริมทัพ เอาเป็นว่า..อะไรที่ทำได้ “เฮียพอล” ทำทุกอย่าง ทำทุกทาง เพื่อบริษัทจริง ๆ จร้า

PYLON ศักยภาพโตแข็งแกร่ง โชว์ Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์

PYLON ศักยภาพโตแข็งแกร่ง โชว์ Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำนักงาน Stock Focus – ดร.ชเนศวร์ แสงอารยะกุล (ซ้าย) กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายพิสันติ์ ศิริศุขสกุลชัย (ขวา) กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายงานวิศวกรรมและการตลาด บริษัท ไพลอน จำกัด (มหาชน) หรือ PYLON ผู้ประกอบการธุรกิจรับเหมาก่อสร้างงานฐานราก (เสาเข็มเจาะ) ระดับแนวหน้าของประเทศ นำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน นักวิเคราะห์ และสื่อมวลชน ในงาน Opportunity Day ประจำไตรมาสที่ 2/62 โดย PYLON เผยว่า ปัจจุบันบริษัทฯมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ ( Backlog) ราว 1,500 ลบ. สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่อุตสาหกรรมฐานรากปี 63 มีแนวโน้มจะเติบโตได้ดี จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ โดยงานดังกล่าวจัดขึ้น ณ ห้องประชุม 603 อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อเร็วๆนี้

“RBF” ลุยภาคเหนือ ให้ข้อมูลนักลงทุน จ.เชียงใหม่

“RBF” ลุยภาคเหนือ ให้ข้อมูลนักลงทุน จ.เชียงใหม่

สำนักงาน Stock Focus – ดร.สมชาย รัตนภูมิภิญโญ (ที่ 4 จากขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นางเพ็ชรา รัตนภูมิภิญโญ (ที่ 5 จากขวา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายวัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร (Food Ingredients) โดยแบ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลายประเภทเช่น วัตถุแต่งกลิ่นและรส (Flavour) แป้งประกอบอาหาร เกล็ดขนมปัง เครื่องปรุงรส ซอสและน้ำจิ้ม สีผสมอาหาร ผลิตภัณฑ์อบแห้ง ผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง รวมถึงวัตถุแต่งกลิ่นที่นำไปเป็นส่วนผสมในน้ำหอมและเครื่องสำอาง และบรรจุภัณฑ์พลาสติก นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ซื้อมาและจำหน่ายไปซึ่งสินค้าประเภท Food Additive อาทิ สารกันบูด สารกันรา กรดมะนาว เป็นต้น นำเสนอข้อมูลรายละเอียดหลักทรัพย์แก่นักลงทุนเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีนายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม (ที่ 1 จากซ้าย) ประธานกรรมการ นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร (ที่ 2 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ จำกัด หรือ APM ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน พร้อมด้วยนายสมภพ กีระสุนทรพงษ์ (ที่ 2 จากขวา) กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย ได้นำเสนอข้อมูลต่อนักลงทุน เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 520 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท ณ โรงแรมดิเอ็มเพรส จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเร็ว ๆ นี้

เดลต้าเซ็นสัญญาร่วมกับ HTC-ITC ติดตั้งกรีนดาต้าเซ็นเตอร์ การันตีความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐาน Uptime 2N Tier 3 เป็นครั้งแรกในเวียดนาม

เดลต้าเซ็นสัญญาร่วมกับ HTC-ITC ติดตั้งกรีนดาต้าเซ็นเตอร์ การันตีความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐาน Uptime 2N Tier 3 เป็นครั้งแรกในเวียดนาม

สำนักงาน Stock Focus – บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ลงนามเซ็นสัญญากับ HTC-ITC บริษัทในเครือฮานอย เทเลคอม (Hanoi Telecom) เพื่อติดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์ที่ได้การรับรองด้วยมาตรฐาน Uptime 2N (ปริมาณที่ใช้สำหรับการดำเนินการเป็น 2 เท่า) ระดับ Tier 3 (99.982% Uptime) ที่ตึก HTC ภายใน Hoa Lac High Tech Zone ดาต้าเซ็นเตอร์ตัวใหม่นี้ดำเนินการตามมาตรฐาน Tier 3 ของ Uptime Institute ซึ่งเป็นสถาบันรับรองมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

“เดลต้าทำงานร่วมกับ HTC-ITC เพื่อมอบการเชื่อมต่อที่ดีกว่าให้แก่ผู้ใช้งานในเวียดนามด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมดาต้าเซ็นเตอร์ที่น่าเชื่อถือ ปรับเปลี่ยนได้ และการทำงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” นายเซีย เชน เยน ประธานบริหารบริษัทเดลต้า ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียกล่าวภายในงาน “HTC-ITC เลือกทำงานร่วมกับเดลต้าสำหรับโครงการนี้เพราะเดลต้าสามารถให้เทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ขั้นสูงซึ่งให้ประสิทธิภาพพลังงานสูงและประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (OPEX)”

HTC-ITC บริษัทโทรคมนาคมที่มีความเชี่ยวชาญในการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานและการส่งสัญญาณที่มีเครือข่ายใยแก้วนำแสงทั่วประเทศเกือบ 10,000 กิโลเมตรในประเทศเวียดนามและการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ นางติน มิน เชา ประธานบริษัท HTC-ITC กล่าวว่า ดาต้าเซ็นเตอร์ตัวใหม่ของบริษัทจะช่วยให้พวกเขาสามารถให้บริการคุณภาพดีที่สุดแก่ลูกค้าในเวียดนามและทั่วโลก

โครงการครั้งสำคัญระหว่างเดลต้าและ HTC-ITC ถือเป็นการติดตั้งดาต้าเซ็นเตอร์แห่งแรกในเวียดนามที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการก่อสร้างระดับ Tier 3 โดย Uptime ในช่วงระยะเวลา 8 เดือนของการก่อสร้าง เดลต้าจะใช้ประโยชน์จากโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์เพื่อการติดตั้งที่รวดเร็ว ประหยัดพลังงาน เพิ่มประสิทธิผลการใช้พลังงานของตัวดาต้าเซ็นเตอร์ (PUE) ให้ที่ดีที่สุด และสถาปัตยกรรมการออกแบบแบบแยกส่วนและปรับขนาดได้

กรีนดาต้าเซ็นเตอร์ระดับ Tier 3 ตัวใหม่จะให้บริการแก่องค์กรธุรกิจและบริษัทที่ดำเนินงานในประเทศเวียดนามทั้งบริษัทท้องถิ่นเองและบริษัทข้ามชาติ ทั้งยังสนองความต้องการด้านการบริการขั้นสูงในแง่ของฟีเจอร์ เสถียรภาพ และความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งนี้เดลต้ายังให้บริการโซลูชั่นแบบครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ การติดตั้ง และอุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน TCDD, TCCF จาก Uptime พร้อมการสนับสนุนระบบ SI จากผู้ให้บริการท้องถิ่นที่ยอดเยี่ยม

ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตโซลูชั่นโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ระดับโลก เดลต้ามุ่งมั่นทำงานเพื่อพัฒนาและติดตั้งโซลูชั่นแบบครบครันในแต่ละท้องถิ่นสำหรับลูกค้าเดลต้าทั่วโลก ด้วยประสิทธิภาพการทำงานสูง ประหยัดงาน และการทำงานที่ยืดหยุ่นของดาต้าเซ็นเตอร์จากเดลต้า ทำให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผู้ลงทุนได้อย่างดีเยี่ยม อีกทั้ง ยังตอกย้ำถึงพันธสัญญาของเดลต้าที่ว่า Smarter. Greener. Together. อีกด้วย

ดุสิตธานีบุกตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ขยายแบรนด์ ‘ดุสิตปริ๊นเซส’ สู่ใจกลางเมืองหลวงเนปาล พร้อมเปิดให้บริการไตรมาส 3 ปี 63

ดุสิตธานีบุกตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ขยายแบรนด์ ‘ดุสิตปริ๊นเซส’ สู่ใจกลางเมืองหลวงเนปาล พร้อมเปิดให้บริการไตรมาส 3 ปี 63

สำนักงาน Stock Focus – ดุสิตธานี รุกขยายโรงแรมในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ลงนามในสัญญากับบริษัท โฮเท็ล ลาสา อินเตอร์เนชั่นแนล เพื่อบริหารโรงแรมดุสิตปริ๊นเซส กาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งที่สองของดุสิตที่จะเปิดให้บริการในไตรมาสที่ 3 ของปี 2563

นาย ลิม บุน ควี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โรงแรมแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกาฐมาณฑุ ย่านลาซิมพัท ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันระหว่างประเทศหลายแห่งและแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ ที่มีร้านอาหารและร้านค้าที่คึกคักมากมาย ตัวโรงแรมอยู่ห่างจากสนามบินนานาชาติตรีภูวันเพียง 20 นาทีโดยรถยนต์ แขกที่เข้าพักยังสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่สำคัญ เช่น จัตุรัสกาฐมาณฑุดูร์บาร์, มหาเจดีย์พุทธนาถ และเจดีย์สวยัมภูวนาถซึ่งเป็นสถูปหรือเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดในเนปาล ได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส กาฐมาณฑุ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวทุกรูปแบบ มีห้องพักทั้งหมด 108 ห้อง แต่ละห้องจะมีเตียงคุณภาพสูง ห้องน้ำที่สะดวกสบาย สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย และการออกแบบร่วมสมัยสะท้อนให้เห็นถึงสไตล์และวัฒนธรรมท้องถิ่นตรงตามมาตรฐานแบรนด์ดุสิตปริ๊นเซส

“เรายินดีและรู้สึกเป็นเกียรติมากที่บริษัท โฮเท็ล ลาสา อินเตอร์เนชั่นแนล มอบโอกาสให้ดุสิตนำการบริการอย่างไทยที่มีเอกลักษณ์มาสู่เมืองที่มีวัฒนธรรมที่โดดเด่นอย่างกาฐมาณฑุ โรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ในทำเลที่สมบูรณ์แบบเพื่อเชื่อมโยงและมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับ ล้อมรอบด้วยสถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมและสถานที่ทางศาสนาที่มีอายุหลายศตวรรษ อีกทั้งยังใกล้กับสถานทูตและแหล่งธุรกิจสำคัญหลายแห่ง เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มอบประสบการณ์ในทุกด้านให้กับแขกผู้มาเยือน” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ดุสิตธานี กล่าว

ด้าน มร ดอร์เจ ลามา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮเท็ล ลาสา อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2561 เนปาลให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวมากกว่า 1.1 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้น 25% จากปีที่ผ่านมา ด้วยการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้ เราจึงมุ่งมั่นที่จะหาพันธมิตรที่มีประสบการณ์ระดับสากลและมีความเชี่ยวชาญในด้านการบริการโรงแรม ซึ่งเราดีใจที่ได้ดุสิตธานีเข้ามาเป็นพันธมิตรและเราตั้งใจที่จะสานความสัมพันธ์ให้ยาวนานเพื่อร่วมกันสร้างผลกระทบในเชิงบวกให้กับชุมชนท้องถิ่น

ทั้งนี้ บมจ.ดุสิตธานี มีโรงแรมและรีสอร์ทในเครือทั้งหมด 271 แห่ง โดยดุสิตธานีเป็นเจ้าของเอง 9 แห่ง และรับบริหาร 262 แห่ง ภายใต้ 6 แบรนด์ ใน 13 ประเทศ และมีโรงแรมที่อยู่ภายใต้การพัฒนาเพื่อรอเปิดให้บริการอีกกว่า 50 แห่งทั่วโลก โดยคาดว่าโรงแรมจะแล้วเสร็จและทยอยเปิดให้บริการได้ปีละ 10-12 แห่ง โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส กาฐมาณฑุ เป็นโรงแรมแห่งที่สองที่ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ลงนามรับบริหารในเนปาล ซึ่งโรงแรมแห่งแรก คือ ดุสิตธานี หิมาลายา รีสอร์ทแอนด์สปา ที่เตรียมจะเปิดให้บริการในปี 2564