SMT เดินหน้าเทิร์นอะราวด์ต่อหลังปลดล็อคล้างขาดทุนสะสมหมด

SMT เดินหน้าเทิร์นอะราวด์ต่อหลังปลดล็อคล้างขาดทุนสะสมหมด

สำนักข่าว Stock Focus - SMT ประกาศปี 62 เดินหน้าเทิร์นอะราวด์ต่อเนื่อง หลังประกาศล้างขาดทุนสะสมหมดทั้งจำนวน พร้อมเร่งสร้างรายได้จากลูกค้าใหม่ที่มีเข้ามาต่อเนื่อง เน้นลดต้นทุนเพื่อเพิ่มกำไร ชูกลยุทธ์ผลิตสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ มั่นใจยอดขายทั้งปีทำได้ตามเป้าหมาย 2,400 ลบ. หรือเติบโต 40% อวดงบโค้งแรกออกมาสวยมีกำไรสุทธิ 18.09 ลบ. โตจากช่วงเวลาเดียวกับปีก่อน 183%

นายพร้อมพงศ์ ไชยกุล กรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ด้านซัพพลายเชน บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT เปิดเผยว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานช่วงครึ่งแรกปี 2562 คาดจะมีการเติบโตที่ดีกว่าเมื่อเทียบช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน แต่การเติบโตจะโดดเด่นในช่วงครึ่งปีหลัง เนื่องจากการเจรจากับลูกค้าใหม่อาจต้องใช้ระยะเวลาในการผลิต ทั้งนี้การส่งมอบสินค้าคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4/2562

“ปี 62 นับเป็นปีที่ท้าทายพอสมควร มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และลูกค้ารายใหญ่เข้ามา เชื่อว่าปีนี้ในทุกๆ ไตรมาสจะสามารถทำกำไรได้ตามแผน และหลังจากที่ผู้ถือหุ้นอนุมัติล้างขาดทุนสะสมหมดทั้งจำนวนกว่า 593 ล้านบาท ถือเป็นการปลดล็อคของ SMT และบริษัทใช้กลยุทธ์ผลิตสินค้าที่มาร์จิ้นสูงเป็นหลัก เน้นการกระจายตัวยอดขายของแต่ละธุรกิจและกระจายลูกค้ามากขึ้น เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง ลดความผันผวนของรายได้ สำหรับกลุ่มสินค้า Optics , Box Build , Advance Packaging ยังเป็นไฮไลท์เติบโตต่อเนื่อง ส่วน IC Packaging นั้น อุตสาหกรรมมีการอ่อนตัวลงเนื่องจากลูกค้าลด inventory แต่ก็จะรักษาระดับรายได้ไม่ต่างจากปีที่ผ่านมา” นายพร้อมพงศ์ กล่าว

สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯในงวดไตรมาส 1/2562 มีกำไรสุทธิ 18.09 ล้านบาท เติบโต 183% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีผลกำไรสุทธิ 6.39 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าและบริการจำนวน 491.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 102.62 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 26.39% โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มยอดขายในสินค้ากลุ่ม Fiber Optics ทั้งนี้ดีมานด์ของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นเป็นไปตามกลยุทธ์ของบริษัทฯที่กำหนดไว้ให้มีการกระจายตัวของกลุ่มผลิตภัณฑ์ และเน้นผลิตสินค้าที่มาร์จิ้นสูงเป็นหลัก โดยมีกำไรขั้นต้นจำนวน 88.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.99 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 18.86% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า จากการบริหารต้นทุนการผลิตของบริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะที่แนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 2562 คาดว่ามีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา บริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 2,400 ล้านบาท หรือเติบโต 40% เนื่องจากมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องทั้งลูกค้าเก่าและใหม่ โดยปัจจัยหลักๆ เป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจใหม่ การเดินหน้าขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอเมริกาตอนเหนือ แคนาดา ยุโรป เป็นต้น รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมาร์จิ้นดี ส่งผลให้บริษัทได้รับคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) จากทั้งลูกค้าเดิมและใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

TPLAS เดินเกมรุก เปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร เพื่อสิ่งแวดล้อม เตรียมลงสนาม Q3/62 เจาะตลาด ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว เชื่อโกยรายได้โต ก้าวกระโดด

TPLAS เดินเกมรุก เปิดตัวบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร เพื่อสิ่งแวดล้อม เตรียมลงสนาม Q3/62 เจาะตลาด ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว เชื่อโกยรายได้โต ก้าวกระโดด

สำนักข่าว Stock Focus - บมจ.ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) หรือ TPLAS ประกาศเดินเกมรุก วางแผนเตรียมลงโปรดักส์ใหม่ ภายใต้สินค้าบรรจุภัณฑ์ใส่อาหาร ชนิดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ระบุ ความต้องการของผู้บริโภคมีดีมาน์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เหตุเพื่อหวังทดแทนบรรจุภัณฑ์กล่องโฟม ประเดิมเจาะตลาดยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ล็อตแรก ไตรมาส3/2562 นี้ มั่นใจ โปรดักส์ใหม่ จะโกยรายได้เข้ากระเป๋าเต็มสูบในปี2563 หนุนภาพรวมอัตราการเติบโตเติบโตแบบก้าวกระโดด ด้าน กรรมการผู้จัดการ “ธีระชัย ธีระรุจินนท์” เชื่อ การ เดินเกมรุก เปิดตลาดโปรดักส์ใหม่ สามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าได้ครบวงจร

นายธีระชัย ธีระรุจินนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS ผู้นำด้านการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ถุงบรรจุอาหาร และ ถุงหูหิ้ว ภายใต้ตราสัญญาลักษณ์ “ หมากรุก” และฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร ภายใต้ตราสัญญาลักษณ์ “ Vow Wrap ” เปิดเผยว่า บริษัทฯเตรียมนำสินค้าใหม่ ประเภทกล่องบรรจุอาหาร ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วางจำหน่ายในช่วงไตรมาส 3/2562 นี้ เพื่อกระจายรายได้ไปยังสินค้าใหม่ๆ นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์เดิม และคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯในปี 2563 โตอย่างก้าวกระโดด

สำหรับการจำหน่ายสินค้าใหม่ ในระยะแรกจะเป็นการจ้างผลิตซึ่งในเบื้องต้นมีปริมาณ 900,000 กล่อง และจะเพิ่มขึ้นตามความต้องการใช้ของลูกค้า จากการเจาะกลุ่มลูกค้าร้านอาหารต่าง ๆ ที่ลดการใช้กล่องโฟมในการบรรจุอาหาร โดยอาศัยจุดแข็งด้านการทำการตลาดในกลุ่มธุรกิจเดิมของบริษัทฯ เข้ามาบริหารจัดการ ผ่านช่องทางการเจาะกลุ่มหลัก คือ ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว เพื่อนำไปจำหน่ายต่อให้กับ กลุ่มพ่อค้า-แม่ค้าปลีก ซึ่งเชื่อว่าจะสร้างกระแสตอบรับที่ดีได้ในอนาคต

“จากการศึกษาช่องทางการตลาดในช่วงไตรมาส 2/62 ที่ผ่านมา พบว่า ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์บรรจุอาหารประเภทกล่องกระดาษ เป็นที่ต้องการของตลาดเพิ่มขึ้น จากการเลิกใช้กล่องโฟมในการใส่อาหาร ซึ่งมองว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์เด่นที่เข้ามาเสริมรายได้ให้กับบริษัทฯมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น” นายธีระชัย กล่าว

กรรมการผู้จัดการ บมจ.ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) กล่าวเพิ่มว่า ภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีหลัง 2562 ยังมีการขยายตัวต่อเนื่อง จากการขยายตัวของธุรกิจหลักที่ยังคงมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้น รวมถึงการแตกไลน์ไปยังผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีแนวโน้มความต้องการใช้ในระดับสูง ซึ่งตรงกับความมุ่งมั่นของบริษัทฯที่ให้ความสำคัญ ในเรื่องของ Green Concept มากขึ้น เนื่องจาก บรรจุภัณฑ์ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถย่อยสลายได้ง่าย มีความแข็งแรง มีคุณภาพดี ช่วยยืดอายุการเก็บรักษาผลิตภัณฑ์ และสะดวกต่อการใช้งาน

อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า จากแผนการดำเนินธุรกิจดังกล่าวส่งผลให้ในปี 2562 บริษัทฯตั้งเป้าหมายอัตราการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 15% โดยในไตรมาส 1/2562 บริษัทฯสามารถทำรายได้รวมแล้ว 137.95 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 6.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.70ล้านบาท หรือคิดเป็น 53.70% เมื่อเทียบจากปีก่อน

สำหรับความคืบหน้าของการก่อสร้างอาคารโรงงานใหม่ และการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ สำหรับการผลิตผลิตภัณฑ์ถุงพลาสติกนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในช่วงปลายปี 2562 ซึ่งหากโรงงานดังกล่าวแล้วเสร็จ จะส่งให้บริษัทฯมีความสามารถรองรับกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น เกือบเท่าตัว หรือไม่น้อยกว่า 30% ปัจจุบันกำลังการผลิตรวมถุงพลาสติกประมาณ 10,200 ตันต่อปี และกำลังการผลิตฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร ประมาณ 1,440 ตันต่อปี รวมถึงยังมีพื้นที่สำหรับรองรับการเพิ่มไลน์การผลิตในส่วนของสินค้าบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคต

“RBF” เข้าหารือโอกาสทางธุรกิจกับกงศุลฝ่ายการพาณิชย์ นครกว่างโจว ประเทศจีน

“RBF” เข้าหารือโอกาสทางธุรกิจกับกงศุลฝ่ายการพาณิชย์ นครกว่างโจว ประเทศจีน

สำนักข่าว Stock Focus - นางเบญจวรรณ รัตนประยูร (ที่ 3 จากซ้าย) ประธานกรรมการ นายรัตน์ ด่านกุล ประธานกรรมการตรวจสอบ(ที่3 จากขวา) นายธีรพัฒน์ ญาณาธรกุล (คนที่ 1 จากซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการพร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF เข้าพบนางสาวศุภรา เสกาจารย์ ผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ ณ นครกว่างโจว ประเทศจีน เพื่อหารือเกี่ยวกับการค้าการลงทุนและโอกาสทางธุรกิจ เนื่องจาก RBF ได้เข้าเปิดสำนักงานขายเพื่อจำหน่ายวัตถุแต่งกลิ่นและรส เกล็ดขนมปัง แป้งประกอบอาหาร และอาหารแช่แข็ง ณ นครกว่างโจว ประเทศจีน เมื่อเร็ว ๆ นี้

PRM เข้าสู่ “Growth Mode” เผยผลงานปีนี้เติบโตก้าวกระโดด ชี้กลุ่มเรือขนส่งในประเทศและกลุ่มเรือ FSU หัวหอกหนุนศักยภาพธุรกิจ

PRM เข้าสู่ “Growth Mode” เผยผลงานปีนี้เติบโตก้าวกระโดด ชี้กลุ่มเรือขนส่งในประเทศและกลุ่มเรือ FSU หัวหอกหนุนศักยภาพธุรกิจ

สำนักข่าว Stock Focus - ‘บมจ.พริมา มารีน’ หรือ (“PRM”) ประกาศความมั่นใจ ผลงานปีนี้เข้าสู่ “Growth Mode” เต็มตัว พร้อมสร้างการเติบโตแบบก้าวกระโดด จากศักยภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของทุกกลุ่มธุรกิจ ชี้ผลงานกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งในประเทศมาแรงต่อเนื่อง หลังขยายกองเรือขนส่ง ฯ ได้ตามแผน เตรียมปิดดีลเข้าซื้อหุ้น Big Sea เพิ่มอีก 10% ขณะที่กลุ่มเรือ FSU ได้รับอานิสงส์ IMO2020 ดันอัตราการใช้เรือเต็ม 100% พร้อมลงทุนขยายกองเรือเป็น 7 ลำ มั่นใจปีนี้รายได้เติบโต 10-15% ตามแผน

นายชาญวิทย์ อนัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM ผู้ให้บริการขนส่งและจัดเก็บผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมีเหลวทางเรืออย่างครบวงจรรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าจะเป็นปีแห่งการเติบโตก้าวกระโดด หรือ “Growth Mode” ของ PRM รองรับความต้องการของลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่และการใช้พลังงานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานก็จะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

โดยปีนี้ PRM มีศักยภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งมากขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการแก่ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งภายในประเทศและกลุ่มเรือ FSU ที่มีความโดดเด่น หลังจากในไตรมาส 2/62 มีเรือใหม่ขนาด 3,000 DTW จำนวน 2 ลำ เริ่มให้บริการสร้างรายได้เชิงพาณิชย์เรียบร้อยแล้ว และในไตรมาสที่ 3 ยังเตรียมรับรู้รายได้จากเรืออีก 2 ลำที่จะเริ่มให้บริการแก่ลูกค้าได้ ส่งผลให้บริษัทฯ จะมีเรือขนส่งปิโตรเลียมในประเทศ ณ ไตรมาสที่ 3 ทั้งสิ้นจำนวน 32 ลำ ซึ่งจะเข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบโตต่อจากนี้

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแผนเพิ่มสัดส่วนการเข้าถือหุ้นในบริษัท บิ๊กซี จำกัด (Big Sea) จากเดิมที่ถืออยู่ 70% เพิ่มเป็น 80 % และจะสามารถรับรู้รายได้ทันที ซึ่งจะเข้ามาช่วยผลักดันการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจเรือขนส่งภายในประเทศให้แข็งแกร่งมากขึ้นในอีกทางหนึ่ง

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PRM กล่าวว่า ส่วนธุรกิจเรือขนส่งและกักเก็บฯ (FSU) จะเป็นอีกกลุ่มธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดเช่นกัน หลังจาก PRM ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะของอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มดีขึ้น จากปัจจัยกฎข้อบังคับขององค์กรการเดินเรือระหว่างประเทศ (IMO2020) ส่งผลให้มีความต้องการใช้เรือ FSU เพื่อกักเก็บและผสมน้ำมัน ให้ได้น้ำมันเตาที่มีค่ากำมะถันต่ำเพิ่มมากขึ้น โดย PRM ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับโอกาสดังกล่าว ด้วยการเพิ่มเรือ FSU ตั้งแต่ช่วงต้นไตรมาส 2/62 จากเดิมที่มีอยู่จำนวน 5 ลำ เป็น 7 ลำ ซึ่งปัจจุบันกลุ่มเรือ FSU มีอัตราการใช้บริการโดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเต็ม 100% สะท้อนถึงการเติบโตของกลุ่มธุรกิจเรือ FSU ในปีนี้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากเสริมความแข็งแกร่งด้านกองเรือแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญด้านคุณภาพการให้บริการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นที่ดีให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้ล่าสุด PRM ได้รับรางวัลเกียรติยศจาก บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ทั้งหมด 5 สาขาได้แก่ Best Ship Owner Award 2018, Best HSSEQ Award 2018, Best Vessel / Barge Award 2018, Best Performance Award 2018 และ Best Ship Owner of The Year Award 2018 Shell Master Award 2019 ซึ่งช่วยตอกย้ำความเป็นผู้นำในธุรกิจขนส่งน้ำมันทางทะเล ที่สามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีระบบการบริหารจัดการด้านต่างๆ ที่ได้มาตรฐานในระดับสากล

“ปีนี้ถือเป็นปี Growth Mode ของ PRM ที่จะเติบโตก้าวกระโดดอย่างแท้จริง จากศักยภาพการทำธุรกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะสะท้อนไปถึงผลการดำเนินงานในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตได้ 10-15% ตามแผนงาน” นายชาญวิทย์ กล่าว

FPI ร่วมออกบูธ Automechanika Birmingham 2019

FPI ร่วมออกบูธ Automechanika Birmingham 2019

สำนักข่าว Stock Focus - นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ (ที่ 4 จากขวา) กรรมการผู้จัดการ และนางนุศรา ธนาดำรงศักดิ์ (ที่ 2 จากขวา) รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.ฟอร์จูนพาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) เข้าร่วมงาน Automechanika Birmingham 2019 ที่สหราชอาณาจักร โดยงาน Automechanika ถือเป็นงานแสดงสินค้าที่เป็นศูนย์รวมนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์ โดยรวบรวมซัพพลายเออร์แบรนด์ชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญจากภาคการผลิตรถยนต์ และยานยนต์ ด้านอะไหล่ รวมถึงชิ้นส่วนรถยนต์ชั้นแนวหน้า ซึ่งงานดังกล่าวจะมีการจัดงานหมุนเวียนไปตามทวีปต่างๆ ทั่วโลก ณ NEC Birmingham สหราชอาณาจักร เมื่อเร็ว ๆ นี้

PLANET ส่งซิกผลงาน บวกต่อเนื่อง ลุ้นคว้างานสื่อสารในยุโรป

PLANET ส่งซิกผลงาน บวกต่อเนื่อง ลุ้นคว้างานสื่อสารในยุโรป

สำนักข่าว Stock Focus - คุณประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ (กลาง) กรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร คุณรัตนา สุวรรณ (ขวาสุด)รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี คุณวีรศักดิ์ อาทรชัยกุล (ซ้ายสุด) ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANET ร่วมนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน "Opportunity Day" ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2562 โดยระบุว่า ธุรกิจของบริษัทฯ มีโอกาสเป็นบวกต่อเนื่องจากการทยอยรับรู้รายได้จากงานในมือ (Backlog) ที่ปัจจุบันมีอยู่ราว 400 ล้านบาท ขณะเดียวกันภายในปีนี้มีโอกาสสูงที่บริษัทฯ จะสามารถส่งมอบงานเกี่ยวกับการสื่อสารควบคุมการจราจรทางอากาศ ส่วนงานติดตั้งระบบการสื่อสารดาวเทียมในประเทศแถบยุโรป อยู่ระหว่างการเจรจา

เทพหุ้นเชียร์ “ซื้อ” TACC สถานีต่อไป 5.75 บ. จับตางบ Q2 เติบโตต่อเนื่อง-ธุรกิจคาแรคเตอร์โตมากกว่าเท่าตัว

เทพหุ้นเชียร์ “ซื้อ” TACC สถานีต่อไป 5.75 บ. จับตางบ Q2 เติบโตต่อเนื่อง-ธุรกิจคาแรคเตอร์โตมากกว่าเท่าตัว

สำนักข่าว Stock Focus - เทพหุ้นแนะนำ “ซื้อ” หุ้น TACC ให้ราคาเป้าหมายที่ 5.75 บาท จับตางบไตรมาส 2/62 เติบโตต่อเนื่อง ขณะที่ธุรกิจคาแรคเตอร์รายได้โตมากกว่าเท่าตัว พร้อมส่งสินค้าใหม่วางขายใน-นอกเซเว่นฯมากขึ้น

บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยแพร่บทวิเคราะห์หุ้น บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) (TACC) แนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 5.75 บาท และมีโอกาสปรับขึ้นได้อีกในปีนี้ โดยได้รับปัจจัยหนุนจาก
1) แนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/2562 มีโอกาสทำ New high ได้และต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 4/2562,
2) ธุรกิจคาแรคเตอร์มีจำนวนลูกค้าใหม่ในพอร์ตเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งทำให้รายได้ส่วนนี้โตไม่น้อยกว่า 100% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในปีนี้
3) ธุรกิจเดิมเติบโตสูงตามจำนวนสาขา 7-11 และ All Cafe ปลายเดือนนี้จะมีเครื่องดื่มใหม่วางจำหน่าย และเริ่มหาลูกค้านอก 7-11 มากขึ้น และ 4) ปรับประมาณการกำไรขึ้น 12% โดยรวมรายได้จาก Hershey’s ไว้ในประมาณการ พร้อมผลตอบแทนจากเงินปันผลถึง 4.8%

ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/2562 เบื้องต้นที่ระดับ 35–40 ล้านบาท เติบโตเกือบเท่าตัวจากปีก่อน ส่วนเรื่อง M&A ยังอยู่ระหว่างเจรจา 2 – 3 ดีล อาจเห็นความชัดเจนปลายปี หรือภายในปีหน้า

สำหรับธุรกิจคาแรคเตอร์นั้น ล่าสุดได้ลูกค้าใหม่ในกลุ่มธนาคารคือ ธนาคารออมสิน และธนาคารซิตี้ แบงก์ และโรบินสัน ใช้ลิขสิทธิ์การ์ตูนซูมิโกะ นอกจากนี้ยังมีลูกค้ากลุ่มเครื่องดื่มคือ น้ำแร่ออร่า ใช้ Rilakkuma บนบรรจุภัณฑ์ ซึ่งจะเริ่มทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/2562 ต่อเนื่องถึงไตรมาส 1/2563 และยังมีลูกค้ารายใหญ่ในสิงคโปร์อยู่ระหว่างเจรจา

นอกจากนี้ ปลายปีจะมี Event ใหญ่เกี่ยวกับงานแสดงตัวการ์ตูนของ San-X ทำให้ TACC จะได้รับรายได้ 3 ส่วนด้วยกันคือ
1) ค่าลิขสิทธิ์จำนวนหนึ่ง 2) ส่วนแบ่งรายได้จากการขาย Sponsor และ 3) ส่วนแบ่งรายได้จากการจำหน่ายสินค้าภายใต้คาแรคเตอร์ของบริษัท รายได้จากธุรกิจนี้จึงเป็น Upside risk ต่อประมาณการ ปัจจุบันเราคาดรายได้ของธุรกิจนี้ที่ 50 ลบ. (+178% YoY) ในปี 2562 ซึ่งเป็นรายได้ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงยิ่งสัดส่วนรายได้ธุรกิจนี้เพิ่มมากขึ้น ยิ่งทำให้ GPM โดยรวมของบริษัทขยับสูงขึ้น

อีกทั้ง ยังเพิ่มรายได้จากโถกด Hershey’s ที่จะเริ่มสร้างรายได้เต็มปีเป็นปีแรก ส่งผลให้รายได้ปี 2562 เพิ่มขึ้นจากเดิม 92 ล้านบาท หรือ 6% เป็น 1,616 ล้านบาท (+25.3% YoY) ขณะที่ บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ “ซื้อ” TACC ราคาเป้าหมาย 5 บาท แนวโน้มกำไรน่าจะดีต่อเนื่องใน 2Q19 และจะดีต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้

นายชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) (TACC) กล่าวว่า แนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้คาดว่ามีโอกาสเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่องจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น โดยวางเป้าเติบโตประมาณ 15% เทียบปีที่ผ่านมา จากยอดขายเครื่องดื่มโถกดในเซเว่นฯที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และธุรกิจคาแรคเตอร์กลุ่ม San-x ที่เตรียมขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เพื่อผลักดันยอดขายและรายได้ ของบริษัทฯเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

UPA ฉายแววเด่น

UPA ฉายแววเด่น

สำนักข่าว Stock Focus - ใครที่กริ๊งกร๊างสอบถามถึงความคืบหน้า…โครงการต่างๆ แผนงานและแนวโน้มธุรกิจของ บมจ.ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟ เอเชีย หรือ UPA ขอย้ำ! เดินตามแผน ล่าสุดได้ยินว่าส่งทีมงานเข้าดูความพร้อมในโครงการใหม่ โดยเน้นที่พลังงานทางเลือกในต่างแดน…อีกไม่นานเกินรอคงได้รู้กันคร่า ส่วนแนวโน้มงบไตรมาส 2/62 แซ่บ!! อย่าบอกใคร รับรู้รายได้โซลาร์ฟาร์มสหกรณ์ 3 แห่ง กำลังการผลิตรวม 7.95 MW ที่ COD ไปแล้ว เต็มไตรมาส ฉายแววเด่นอย่างนี้ ยกนิ้วกด Like ให้เลยจร้า

CHO เปิดแผนงานอนาคต

CHO เปิดแผนงานอนาคต

สำนักข่าว Stock Focus - คุณณรงค์ องอาจมณีรัตน์ (ที่ 8 จากซ้าย) รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และคุณนิติธร ดีอำไพ (ที่ 8 จากขวา) รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร-การเงิน บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) (CHO) ถ่ายภาพร่วมกับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ในงาน Analyst Meeting เผยพร้อมเดินหน้าประมูลงานใหม่ ดันแบ็คล็อกเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 2.97 พันล้านบาท และเตรียมขยายศูนย์ซ่อมบำรุง “สิบล้อ 24 ชม.”อีก 2 แห่งในปี 62 พร้อมรับรู้รายได้ส่งมอบรถเมล์ NGV ครบ 489 คันแล้ว รวมทั้งจะมีรายได้จากค่าซ่อมบำรุงรถเมล์ NGV เป็นสัญญายาวอีก 10 ปี ซึ่งงานดังกล่าว จัดขึ้น ณ ห้อง VIE Function Room ชั้น 12 โรงแรม VIE HOTEL ราชเทวี เมื่อเร็ว ๆ นี้

7UP ย้ายเข้าหมวดพลังงาน

7UP ย้ายเข้าหมวดพลังงาน

สำนักข่าว Stock Focus - รู้กันหรือยังจ๊ะพี่จ๋า!!! SETประกาศให้ 7UP ย้ายหมวดการซื้อขายจากสื่อสาร ไปซื้อขายในหมวดพลังงาน หลังพบว่ารายได้หลักของบริษัทมาจากธุรกิจพลังงานในฐานะผู้ให้บริการสถานีบริการแก๊สLPG และธุรกิจพลังงานทดแทน มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย. นี้เป็นต้นไปนะจ๊ะพี่จ๋า!!! ซึ่งตอกย้ำคำพูดของ “ชนินทร์ เกียรติทวีพงษ์”ในฐานะประธานกรรมการบริหาร 7UP ที่ว่า...จากนี้ไปรายได้ของบริษัทจะสะท้อนตามชื่อ โดยมีเข้ามาทุกวันทุกเวลาจากการขายน้ำ ขายไฟ และโรงกำจัดขยะ จ้า..รับแซ่บ

ลักษณะธุรกิจของ7UP
กลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ ได้แก่
1.) ธุรกิจตัวแทนนายหน้าในการจัดจำหน่าย แก๊ส LPG
2.) ธุรกิจพลังงานทดแทน/พลังงานทางเลือก และ
3.) ธุรกิจวิทยุสื่อสารโทรคมนาคม และ Internet of Things (IoT)
4.) ธุรกิจบำบัดน้ำสำหรับฟาร์มกุ้ง