DDD โชว์กำไรปี 60 รายได้โต 35% ส่งออกพุ่ง 3.5 เท่า วางเป้าปี 61 โตต่อเนื่อง รุกตลาดจีน…

DDD โชว์กำไรปี 60 รายได้โต 35% ส่งออกพุ่ง 3.5 เท่า วางเป้าปี 61 โตต่อเนื่อง รุกตลาดจีน ขยายช่องทางจำหน่าย

“ดู เดย์ ดรีม” โชว์กำไรสุทธิปี 60 ที่ 351 ลบ. รายได้รวม 1,684 ลบ. พุ่ง 35% ปักธงผลงานปี 61 โตต่อเนื่อง เดินหน้ารุกตลาดในประเทศจีน พร้อมขยายช่องทางจำหน่าย

นายปิยวัชร ราชพลสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานบัญชี และการเงิน บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD เจ้าของแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสเนลไวท์ เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทฯประจำปี 2560 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 351 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับผลประกอบการประจำปี 2559 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 335 ล้านบาท ในขณะที่บริษัทฯมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,684 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 437 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับ 2559 ที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1,240 ล้านบาท โดยการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ และรายได้ของบริษัทฯ เป็นผลมาจากการที่บริษัทฯมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เดิมที่เพิ่มสูงขึ้น และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย รวมถึงการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการส่งออก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน

ในขณะเดียวกันบริษัทฯคาดว่าผลประกอบการในปี 2561 จะเติบโตขึ้นจากปี 2560 อย่างต่อเนื่อง หลังจากบริษัทฯได้รับมาตรฐาน China Food and Drug Administration (CFDA) หรือเครื่องหมายอาหาร และยา (อย.) ในประเทศจีน ทำให้สามารถนำผลิตภัณฑ์ขยายไปยังช่องทางจัดจำหน่ายอื่นเพิ่มเติมได้ เช่น การขายผลิตภัณฑ์ส่ง (Wholesale) รวมถึงการขยายช่องทางจัดจำหน่ายแบบออฟไลน์ที่มีศักยภาพในการเข้าถึงลูกค้า และมีมูลค่าตลาดที่สูง ทั้งนี้ในปี 2561 บริษัท เน้นการทำ Online Marketing เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาลง หลังจากที่ในปี 2560 บริษัทฯได้ใช้งบประมาณโฆษณาไปค่อนข้างสูงเพื่อทำให้สินค้าเป็นที่รู้จักแล้ว

โดยล่าสุดบริษัทฯ ได้เริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ่าน จูไห่ ดิวตี้ฟรี (Zhuhai Duty Free) ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางการจำหน่ายสินค้าแห่งใหม่ คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายจากการส่งออกได้ดียิ่งขึ้น และจะนำไปสู่การขายสินค้าแบบออฟไลน์ในอนาคต ซึ่งจูไห่ ดิวตี้ฟรี ตั้งอยู่บริเวณชายแดนกงเป่ย ซึ่งเป็นพรมแดนระหว่างเมืองจูไห่ประเทศจีน และมาเก๊า โดยมียอดนักท่องเที่ยวหมุนเวียนสูงถึง 136 ล้านคนต่อปี หรือเฉลี่ย 250,000 คนต่อวันในช่วงวันธรรมดา และ 400,000 คนต่อวันในช่วงวันหยุด ซึ่งการจำหน่ายสินค้าแบรนด์สเนลไวท์ที่จูไห่ ดิวตี้ฟรี จะช่วยให้ลูกค้าชาวจีน และนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นๆ ได้ทำความรู้จักกับแบรนด์ และเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

“แน่นอนว่าในปีนี้เรายังมองการเติบโตที่ต่อเนื่องจากการขยายไปยังจุดจำหน่ายใหม่อย่างดิวตี้ฟรี รวมถึงช่องทางการจำหน่ายใหม่ ๆ ในประเทศจีนอีกด้วย ซึ่งเรายังคงมั่นใจในศักยภาพของตลาดในประเทศจีน ซึ่งหลังจากที่เราได้รับ CFDA แล้ว ก็จะทำให้สินค้าได้รับความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และยังทำให้ง่ายต่อการขยายตลาดอีกด้วย” นายปิยวัชรกล่าว