EA ฉลองปีใหม่ไทยกดสวิตซ์ COD โรงไฟฟ้าหนุมาน 10 กำลังผลิตเพิ่มอีก 80 MW ส่งผลพลังงานลมจ่ายไฟครบ 260 MW รวมแดดและลมได้ 664 MW หนุนผลงานปีนี้ทุบสถิตินิวไฮต่อไป

EA ฉลองปีใหม่ไทยกดสวิตซ์ COD โรงไฟฟ้าหนุมาน 10 กำลังผลิตเพิ่มอีก 80 MW ส่งผลพลังงานลมจ่ายไฟครบ 260 MW รวมแดดและลมได้ 664 MW หนุนผลงานปีนี้ทุบสถิตินิวไฮต่อไป

EA กดสวิตซ์จ่ายไฟฟ้าโครงการหนุมาน 10 เข้าระบบเชิงพาณิชย์ 80MW ในวันปีใหม่ไทย 13 เม.ย.นี้ ส่งผลให้จ่ายไฟได้ครบทั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 260 WM ดันกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งพลังงานแสงอาทิตย์และลม รวม 664 MW เข้าเป้าหมาย หนุนผลประกอบการปีนี้ทุบสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง

นายอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 เมษายน 2562 บริษัทได้ดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้าพลังงานลมโครงการหนุมาน 10 ซึ่งมีกำลังการผลิต 80 เมกะวัตต์ (MW) ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งส่งผลให้เมื่อรวมกับกำลังการผลิตเดิมทั้งหมดในไตรมาส 1/62 ที่มีขนาดกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 584 เมกะวัตต์ เพิ่มขึ้นเป็น 664 เมกะวัตต์ ซึ่งครบสมบูรณ์ตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งจะส่งผลให้ผลประกอบการในปีนี้ ทั้งรายได้และกำไร สามารถทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้อีกครั้ง เนื่องจากรับรู้รายได้จากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และรับรู้ได้ทุกโครงการอย่างเต็มที่ และทำให้บริษัทมีกระแสเงินสดเพิ่มขึ้น เป็นเงินทุนสำหรับก้าวไปสู่การลงทุนในธุรกิจอื่นๆ ที่ต่อเนื่องกันได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

"การ COD โรงไฟฟ้าพลังงานลม โครงการหนุมาน เป็นไปอย่างเรียบร้อยจนครบ 260 เมกะวัตต์ โดยในไตรมาสแรกปีนี้มีการ COD มาแล้วสามรอบ รอบแรกเมื่อวันที่ 25 มกราคม COD หนุมาน 1 และ 8 กำลังการผลิตติดตั้งรวม 90 เมกะวัตต์ รอบที่สองเมื่อวันที่ 22 มีนาคม COD หนุมาน 5 กำลังการผลิต 48 เมกะวัตต์ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม COD หนุมาน 9 กำลังการผลิต 42 เมกะวัตต์ และครั้งนี้ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 เมษายนนี้ COD หนุมาน 10 กำลังการผลิตอีก 80 เมกะวัตต์ ทำให้ ณ ปัจจุบันเรามีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลมรวมกันได้ 664 เมกะวัตต์ จากจุดนี้ไป เราจะมุ่งเน้นการลงทุนและพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน โดยมีโครงการผลิตแบตเตอรี่ลิเที่ยมไอออน เป็นหัวใจการขับเคลื่อนด้านเทคโนโลยี เช่น การติดตั้งแบตเตอรี่เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและประสิทธิภาพของระบบการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า การนำไปใช้ในการขับเคลื่อนยานยนต์ไฟฟ้า MINE เรือไฟฟ้า และอีกหลากหลายชนิด ตลอดจนการนำไปใช้กับระบบชาร์จไฟฟ้า EA Anywhere เป็นต้น ซึ่งบริษัทได้มีการศึกษา และเตรียมการมาไม่น้อยกว่า 3 ปีแล้ว โครงการต่างๆ คืบหน้าไปด้วยดี โดยคาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนสำหรับปี 2562 ถึงปี 2563 รวมประมาณ 9,200 ล้านบาท จะใช้เงินทุนทั้งจากกระแสเงินจากการดำเนินงานในปัจจุบัน และเงินกู้ยืมระยะยาว” นายอมรกล่าว

ล่าสุด บริษัทประสบความสำเร็จจากการก้าวเข้าสู่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า หลังจากการนำรถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ MINE รุ่น SPA 1 ไปเปิดตัวในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 (Bangkok International Motor Show 2019) โดยได้รับความสนใจอย่างมากจนยอดจองภายในงานครั้งนี้สูงถึง 4,558 คัน ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน ปลอดภัย ไร้มลพิษ ทำให้คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อมดีขึ้นMINE SPA1 จึงเป็นรถยนต์ไฟฟ้าโดยคนไทย เพื่อคนไทยอย่างแท้จริง

ส่วนหนึ่งที่สนับสนุนให้ยอดจองซื้อ MINE อยู่ในระดับสูงเนื่องจากบริษัทฯได้ลงนามกับกลุ่มผู้ให้บริการรถยนต์รับจ้าง (รถแท็กซี่) สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนสุวรรณภูมิพัฒนา จำกัด เพื่อตกลงให้จองสิทธิซื้อรถยนต์ไฟฟ้า 3,500 คัน อย่างไรก็ตามเป้าหมายยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเฟสแรก หรือสิ้นปีนี้ บริษัทฯตั้งเป้าไว้ที่ 5 พันคัน โดยคาดว่าจะทยอยส่งมอบได้ตั้งแต่ต้นปี 2563 จนครบถ้วนภายในปี 2563