EPCO มาเหนือชั้น กางแผนเพิ่มทุน ดันธุรกิจผงาด! จ่อลุยโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 109.79 MW

EPCO มาเหนือชั้น กางแผนเพิ่มทุน ดันธุรกิจผงาด! จ่อลุยโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 109.79 MW ฮุบโรงพิมพ์สื่อยักษ์ใหญ่ พร้อมขึ้นแท่นเจ้าพ่อโรงพิมพ์

            บิ๊กบอส EPCO “ยุทธ ชินสุภัคกุล” มาเหนือชั้น ประกาศกางแผนธุรกิจหลังเพิ่มทุนพ่วงแจกวอร์แรนต์ฟรี! ผู้ถือหุ้นเดิม รองรับแผนขยายธุรกิจ เปิดเกมเทกโอเวอร์โซลาร์ฟาร์มเวียดนาม โครงการ ขนาดกำลังการผลิต 109.79 เมกะวัตต์ คาด EIRR ไม่น้อยกว่า 18% ผูกสัญญาขายไฟยาว 25 ปี พร้อมเข้าซื้อโรงพิมพ์สื่อยักษ์ใหญ่ หวังขึ้นแท่นผู้นำธุรกิจแท่นพิมพ์ยักษ์ใหญ่เบอร์หนึ่งของเมืองไทย-ขยายพื้นที่ผลิตกล่องลูกฟูก รองรับพฤติการณ์ผู้บริโภค แห่ช้อปผ่านออนไลน์ หนุนธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น 

 

                นายยุทธ ชินสุภัคกุล ประธานกรรมการ บริษัท โรงพิมพ์ตะวันออก จำกัด (มหาชน) (EPCO) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจและแผนใช้เงินที่ได้จากการเพิ่มทุนว่า บริษัทฯคาดว่าจะได้รับเงินจากการเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering) ประมาณ 344.86 ล้านบาท และเงินเพิ่มทุนโดยการใช้สิทธิตามใบสำคัญ แสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ ของบริษัท รุ่นที่ 3 (EPCO-W3) ประมาณ 522.52ล้านบาท โดยบริษัทฯจะนำไปใช้เพื่อรองรับการขยายงานในอนาคตและรองรับการลงทุนของบริษัทฯและบริษัทย่อย เพื่อผลักดันธุรกิจเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้นในอนาคต

 

                ทั้งนี้ บริษัทฯเตรียมนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปใช้ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าของบริษัทย่อย ในโครงการโซลาร์ฟาร์มที่จังหวัดฟูเยี้ยน สาธารณรัฐสังคมนิยามเวียดนามจำนวน โครงการ ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งรวมประมาณ 109.76 เมกะวัตต์ โดยมีระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้า 25 ปี ให้กับ Electricity of Vietnam (EVN) อัตรารับซื้อไฟฟ้า (Feed inTariff หรือ FIT) ที่ 0.0935 ดอลลาร์สหรัฐ (USD) ต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 20 ปี และอีก ปี สุดท้าย ที่ราคาตลาด มูลค่าการลงทุนประมาณ 3,000 ล้านบาท (หากเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนไม่เพียงพอ บริษัทจะหาสินเชื่อจากสถาบัน

การเงิน และ/หรือหาผู้ร่วมลงทุนต่อไป) 

 

 

                จากการประเมินมูลค่าผลตอบแทนการลงทุนในส่วนทุน (EIRR) ขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 18   ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล และสัดส่วนการลงทุนอยู่ระหว่างการเจรจา  ทั้งนี้จะเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาภายในเดือน กันยายน 2561 ต่อไป  

 

                นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีโครงการขยายธุรกิจสิ่งพิมพ์ ซึ่งคาดว่าจะเข้าซื้อหุ้นในบริษัทแห่งหนึ่งที่ประกอบธุรกิจสิ่งพิมพ์ ซึ่งมีงานพิมพ์ประจำอยู่แล้ว และเนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ได้เปลี่ยนไปใช้ 
e-commerce มากขึ้นหลายเท่าตัว โดยบริษัทฯ จึงจะใช้สถานที่ของโรงพิมพ์ดังกล่าวขยายไปยังการผลิตกล่องลูกฟูก ซึ่งผู้บริหารของบริษัทมีประสบการณ์มากว่า 20 ปี   ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูล (Due Diligent) ของกิจการทั้งหมดอยู่ รวมทั้งอยู่ในระหว่างการศึกษาข้อมูลการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน