FPI ส่งซิกครึ่งปีหลังรายได้โตแรง หนุนกำไรปี 61 เติบโตต่อเนื่อง อานิสงส์บาทอ่อน-ค่ายรถเปิดตัวรุ่นใหม่

FPI ส่งซิกครึ่งปีหลังรายได้โตแรง หนุนกำไรปี 61 เติบโตต่อเนื่อง อานิสงส์บาทอ่อน-ค่ายรถเปิดตัวรุ่นใหม่

FPI ส่งซิกครึ่งปีหลังรายดีเกินคาด บิ๊กบอส “สมพล ธนาดำรงศักดิ์” มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังโตแรง อานิสงส์บาทอ่อน! ค่ายรถยนต์เปิดตัวรุ่นใหม่ ดัน Backlog หนากว่า 800 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้กว่า 50% แย้มไตรมาส 3 เริ่มเปิดฉากบุ๊คกำไรโรงไฟฟ้าชีวมวล จ.แพร่ กำลังการผลิต 1 MW หนุนรายได้และกำไร ทำสถิติสูงสุดใหม่

 

นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) (FPI) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ บริษัทฯ  ยังคงเดินหน้าส่งมอบงานผลิตสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ให้กับลูกค้าตามออเดอร์ที่ได้รับมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากผู้ประกอบการหลายค่ายได้มีการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ออกมาตลอดตั้งแต่ต้นปี 2561 อีกทั้งบริษัทฯได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมจากค่ายรถยนต์ MAZDA หลังจากโรงงานผลิตชิ้นส่วนในประเทศออสเตรเลียปิดตัวลง

 

ทั้งนี้ ในปัจจุบันบริษัทฯ  มีคำสั่งซื้อล่วงหน้ารอส่งมอบ (Backlog) มูลค่า 700-800 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงที่เหลือของปีนี้ราว 50% ในส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้เข้ามาในปี 2562

 

นอกจากนี้ บริษัทฯ  ยังเตรียมรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงงานผลิตชิ้นส่วนในประเทศอินเดีย ของ ALP FPI PARTS PRIVATE LIMITED ซึ่งบริษัทฯถือหุ้นอยู่ในสัดส่วน 45%

 

ขณะเดียวกันในปีนี้ บริษัทฯ  จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการเข้าร่วมทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวล ขนาดกำลังการผลิต 7.5 เมกะวัตต์ ในจังหวัดนราธิวาสเข้ามาเติมปี ประมาณ 100-120 ล้านบาท และในไตรมาส 3/61 เริ่มเปิดฉากรับรู้กำไรโรงไฟฟ้าชีวมวล จ.แพร่ ขนาด 1 เมกะวัตต์

 

“แนวโน้มผลการดำเนินงานในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากออเดอร์ใหม่ที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และได้รับปัจจัยหนุนจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งล่าสุดค่าเงินบาททะลุ 33 บาท/ดอลลาร์ อ่อนค่าสุดในรอบ 7 เดือน ผนวกกับมีการรับรู้กำไรจากการลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวล มีกำลังการผลิตรวมกว่า 8.5 เมกะวัตต์  ทำให้รายได้และกำไรในปีนี้ มีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง”

 

ทั้งนี้ เงินบาทที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่องจะช่วยผลักดันรายได้และกำไรของ FPI ในปีนี้เติบโตอย่างโดดเด่น เนื่องจากบริษัทฯมีสัดส่วนรายได้ที่มาจากการส่งออกสูงถึง 86%

 

ส่วนแผนการลงทุนในปีนี้ บริษัทฯตั้งงบประมาณไว้ที่ 200-300 ล้านบาท เพื่อใช้ในการซื้อเครื่องจักรและแม่พิมพ์ รวมถึงพัฒนาโรงงานให้เป็นระบบออโตเมชั่นมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต รวมถึงการติดตั้งโซลาร์รูฟบนหลังคาโรงงานเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานเป็นหลัก