HTECH มั่นใจผลงานปี 61 สดใส ตั้งเป้ารายได้ โต 10% แถมกำลังการผลิตเพิ่ม พร้อมรับออเดอร์ตามดีมานด์ที่มีอยู่สูง

HTECH มั่นใจผลงานปี 61 สดใส ตั้งเป้ารายได้ โต 10% แถมกำลังการผลิตเพิ่ม พร้อมรับออเดอร์ตามดีมานด์ที่มีอยู่สูง

HTECH ส่อแววสดใส ตั้งเป้ารายได้โต 10% จากแผนการรุกตลาดและกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น รองรับความต้องการลูกค้ารายใหญ่ที่มีการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง พร้อมรุกตลาดเครื่องมือตัดเฉือนโลหะเต็มกำลัง โฟกัสสินค้ากลุ่ม HDD และสินค้า High-end ที่มีอัตรามาร์จิ้นสูง “พีท ริมชลา” กรรมการผู้จัดการ เผยผลงานปี 60 ประกาศรายได้รวมโตเกือบ 22% อยู่ที่ 1,004.22 ลบ. กำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่โตเกือบ 26% อยู่ที่ 148.30 ลบ. เป็นผลจากการเติบโตของรายได้ในประเทศเป็นหลัก บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลงวดครึ่งปีหลัง 0.10 บ./หุ้น กำหนดจ่าย 25 พ.ค.นี้

นายพีท ริมชลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท แฮลเซี่ยน เทคโนโลยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ HTECH ผู้ประกอบธุรกิจผลิต รับจ้างผลิต และจำหน่ายเครื่องมือตัดเฉือนโลหะ (Cutting Tools) รายใหญ่ในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียน เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจปี 2561 มั่นใจจะเป็นอีกปีที่ดีของบริษัทฯ ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อน รับอานิสงส์จากลูกค้าหลักกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) ขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบัน มีสัดส่วนยอดขายไปยังกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ประมาณ 50% ของยอดขายทั้งหมด รวมทั้ง การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ และภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโต ส่งผลให้มีความต้องการใช้เครื่องมือตัดเฉือนโลหะเพิ่มขึ้นในทิศทางเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม แผนการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตแล้วเสร็จเมื่อปลายปีที่แล้ว เพื่อรองรับการขยายตัวของลูกค้ารายหลัก และเจาะตลาดลูกค้ารายใหม่ มองว่า เป้าหมายรายได้ที่วางไว้จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงหากลูกค้ารายใหญ่มีการขยายกำลังการผลิตเพิ่ม ส่วนโรงงานผลิตเครื่องมือตัดเฉือนโลหะ (Cutting Tools) ในประเทศเวียดนามก็คาดว่าจะเริ่มมีรายได้เข้ามาช่วยสนับสนุนเพิ่มขึ้นตามลำดับ ครองผู้นำในตลาด Cutting Tools รายใหญ่ของประเทศและภูมิภาคอาเซียน

“หลังจากโรงงานใหม่แล้วเสร็จ จะทำให้บริษัทฯ มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นราว 30 – 40% จากกำลังการผลิตเดิมของบริษัทใหญ่ เพื่อรุกผลิตชิ้นส่วนสินค้าที่เป็น High-end ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น และจะช่วยลดการแข่งขันจากผู้ผลิตรายอื่นได้ในอนาคต นอกจากนี้ ได้รับผลบวกจากอาคารโรงงานแห่งใหม่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเป็นเวลา 6 ปี ซึ่งเริ่มใช้สิทธิตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา” นายพีท กล่าว

สำหรับผลประกอบการงวดสิ้นปี 2560 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2560) งบการเงินรวมของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 1,004.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 178.01 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโตร้อยละ 21.55 จากงวดปี 2559 และมีกำไรสุทธิสำหรับงวดปี 2560 อยู่ที่ 181.47 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าร้อยละ 27.44 คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 18.07 ต่อรายได้รวม และกำไรสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 148.30 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนหน้าร้อยละ 25.80 คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิร้อยละ 14.77 ต่อรายได้รวม สำหรับรายได้รวมที่เติบโตขึ้น สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของบริษัทฯ และบริษัทย่อยที่อยู่ในประเทศเป็นหลัก

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติจ่ายเงินปันผลในช่วงครึ่งปีหลังเป็นเงินสด (จากผลประกอบการงวดวันที่ 1 กรกฎาคม - 31 ธันวาคม 2560) ในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (ขึ้นเครื่องหมาย XD) 10 พฤษภาคม 2561 กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 รวมกับการจ่ายปันผลในช่วงครึ่งปีแรกเรียบร้อยแล้วในอัตราหุ้นละ 0.11 บาท ทำให้ทั้งปี 2560 บริษัทฯ จ่ายปันผลรวมทั้งสิ้นในอัตรา 0.21 บาท เพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้นที่ให้การสนับสนุน HTECH มาโดยตลอด

“ในปีที่ผ่านมา HTECH มีการเติบโตที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา แม้ว่าในช่วงไตรมาส 4/2560 รายได้และกำไรจะหดตัวลงจากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง แต่มองว่าปี 2561
จะสามารถสร้างผลประกอบการอย่างน่าประทับใจ และทำนิวไฮอย่างต่อเนื่องได้ หลังจากเครื่องจักรโรงงานใหม่ติดตั้งแล้วเสร็จ บริษัทใหญ่เองมีกำลังการผลิตเหลือรองรับความต้องการของลูกค้า และมีโอกาสเจาะตลาดใหม่ ๆ ได้เพิ่มมากขึ้น โรงงานใหม่ในเวียดนามก็คาดว่าจะเริ่มมีรายได้เข้ามาช่วยสนับสนุนในปีนี้มากขึ้น และยังกำลังพิจารณาเพิ่มกำลังการผลิตของเวียดนามเพิ่มขึ้นตามลำดับเนื่องจากที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับที่ดีจากลูกค้า นอกจากนี้ ในภาพรวมอุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) และอุตสาหกรรมยานยนต์ในปีนี้มีแนวโน้มเติบโตที่ดีเช่นกัน จึงตั้งเป้าปีนี้รายได้รวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปีก่อน โดยเป้าหมายที่วางไว้มีแนวโน้มจะปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากลูกค้าหลักมีแผนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากลูกค้าติดตั้งเครื่องจักรเสร็จเรียบร้อยจะมีความชัดเจนมากขึ้น” นายพีท กล่าว