ML เริ่มมีสัญญาณขยับ โอกาสหรือกับดัก

ML เริ่มมีสัญญาณขยับ โอกาสหรือกับดัก

บรรยากาศโดยรวมของตลาดหุ้นไทยเมื่อวันวาน มีแรงขายชิงกำไรกดหุ้นให้ดิ่งลงต่ำลงมาบ้าง ซึ่งก่อนหน้าหุ้นไทยก็ดูดีต่อเนื่องมาหลายวัน หลังได้รับแรงเก็งกำไรเรื่องผลประกอบการไตรมาส 2/61 ของบริษัทจดทะเบียน ที่กำลังจะทยอยประกาศกันต่อในสัปดาห์นี้

โดยนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างคาดการณ์ว่า ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่จะออกมาดีกว่าที่คาด และยังได้เรื่องการจ่ายปันผลระหว่างกาลมาช่วยสนับสนุนอีกแรง นอกจากนี้ การเข้าซื้อหุ้นไทยต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ ก็เป็นอีกปัจจัยหนุนด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะหุ้นขนาดใหญ่ หุ้นบลูชิพ ที่เป็นเป้าหมายในการลงทุน อย่างไรก็ตาม ดัชนีอาจเกิดการแกว่งตัวผันผวนได้หลังประกาศงบฯ ไตรมาส 2/61 หมดแล้วจากการ Sell on Fact

จากที่สังเกตุพฤติกรรมของหุ้นบางตัวที่วันนี้ราคาหุ้นมีการซื้อขายกันที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทที่ควรจะเป็นหรือไม่ อย่างในกรณีของ บริษัท ไมด้า ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ ML ผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ โดยเน้นประเภทรถยนต์มือสอง และรุ่นของรถยนต์ที่มีสภาพคล่องสูงในตลาดทั้งรถยนต์ส่วนบุคคลและรถกระบะ ให้บริการสินเชื่อประเภทเงินทุนหมุนเวียน (Floor Plan) ให้กับผู้ประกอบการเต็นท์รถยนต์มือสอง ให้บริการหลังการขาย โดยการให้บริการรับต่อทะเบียนรถยนต์ กรมธรรม์ประกันภัย และ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยทางรถยนต์และบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ

ที่วันนี้ราคาหุ้นซื้อขายกันที่ระดับ P/BV เพียง 0.62 เท่า แถม P/E 10 เท่า แถมยังมีปันผลจ่ายกันที่ระดับกว่า 4% แต่ในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นมีการอ่อนย้อยคล้อยลงต่ำมาโดยตลอด แม้ในช่วงที่ผ่านมาผลประกอบการจะทรงๆไม่ได้หวือหวาหรือเติบโตก้าวกระโดด อย่างบริษัทลิสซิ่งอื่นๆ หรือภาวะตลาดสินเชื่อรถยนต์มือสองดูจะมีปัญหา จากนโยบายรถยนต์คันแรกก็ตาม แต่ก็ไม่ได้ถดถอยหรือประสบภาวะขาดทุนแต่อย่างใด แต่ราคาหุ้นกลับวิ่งสวนทางปรับตัวลดลงมาต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม วันนี้หุ้น ML ดูน่าจับตาหลังราคาทรงตัวอยู่ในระดับต่ำมานาน จนวอลุ่มแห้ง กระแสข่าวคราวค่อนข้างเงียบ แต่เริ่มมีสัญญาณในทางเทคนิคคอลที่ดูมีการกลับตัว มีการกระตุกขึ้นของราคาเป็นสัญญาณในเชิงบวก ให้น่าศึกษาถึงพฤติกรรมของหุ้นตัวนี้ไม่น้อยเหมือนกัน

หากพิจารณาในแง่ของปัจจัยพื้นฐานที่ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน แม้ในช่วง ที่ผ่านมา จะมีปัจจัยลบต่างๆเข้ามากดดัน ทั้งภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เรื่องรถยนต์คันแรก และราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ ส่งผลให้กำลังซื้อในต่างจังหวัดลดน้อยลง ซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในต่างจังหวัดถึง 95% ส่วนที่เหลือ 5% เป็นลูกค้าในกรุงเทพฯและปริมณฑล

ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบันที่เศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน กำลังซื้อในต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น อีกทั้งที่ผ่านมาบริษัทฯเน้นการปล่อยสินเชื่อโดยตรงมากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าและสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงจุดน่าจะเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญให้ผลการดำเนินงานของ ML ต่อจากนี้สามารถเติบโตได้อย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้

ทั้งนี้ คงต้องติดตามเรื่องผลการดำเนินงานไตรมาส 2/61 ที่กำลังจะประกาศว่าจะออกมาจะดีอย่างกลุ่มธุรกิจลิสซิ่งรายอื่นๆหรือไม่ และด้วยสัญญาณทางเทคนิคที่ประกอบสนับสนุนเชิงบวก ก็น่าจะเป็นหุ้นที่เริ่มมีการกลับตัว เป็นหุ้นต้นน้ำได้เหมือนกัน

หุ้นตัวนี้เคยทำให้เซียนระดับชั้นนำของประเทศติดงอมกลืนไม่เข้าคายไม่ออกสะอื่นทรวงมาแล้ว พวกรายย่อยก็ตกอยู่ในภาวะหง่อยรับประทานขยับปรับเขยือนตัวไม่ได้ ติดหุ้นห้อยโตงเตงกันอิรุงตุงนัง หากรอบนี้หุ้นเกิดหวนคืนสังเวียนวอลุ่มเข้าราคาวิ่ง ใครกระโดดซิ่งตามก็ต้องดูตาม้าตาเรือตาตุ่มเจ้าด้วยละครับ

สุดท้าย จะเป็นโอกาส หรือกับดัก ก็อยู่ที่นักลงทุนจะมีความเข้าใจในธุรกิจ รวมถึงประเมินมูลค่าที่แท้จริงของบริษัทได้อย่างถูกต้อง และผลการดำเนินงานในบรรทัดสุดท้ายจะเป็นเครื่องยืนยันว่าสิ่งที่เราประเมิน หรือวิเคราะห์มานั้นถูกต้องหรือไม่ ก็จะสามารถสร้างโอกาสที่ดีต่อการลงทุนของเราได้ครับ