RML เปิดแผนสยายปีกลงทุนธุรกิจ สร้างรายได้ประจำ วางเป้าขึ้นแท่นแตะ 10,000-12,000 ล้านบาท…

RML เปิดแผนสยายปีกลงทุนธุรกิจ สร้างรายได้ประจำ วางเป้าขึ้นแท่นแตะ 10,000-12,000 ล้านบาท ภายในเวลา 5 ปีข้างหน้า

RML เปิดแผนสยายปีกลงทุนใน 3 ธุรกิจหลัก คือ การพัฒนาโครงการเชิงพาณิชย์ อาหารเครื่องดื่ม และแพลตฟอร์มดิจิตัล เพื่อสร้างรายได้ประจำ ช่วยลดความเสี่ยง ขณะที่การพัฒนาเชิงพาณิชย์อาคารให้เช่า โรงแรม และเซอร์วิส อพาร์ตเม้นท์ เล็งเปิดตัวแพลตฟอร์มดิจิตัลใหม่ ระบบโมบายเซ็นทริค หวังสร้างรายได้ที่สม่ำเสมอ ส่วนธุรกิจเดิมยังเดินหน้าขยายต่อเนื่อง เพิ่มความมั่นคงให้องค์กร ด้าน “เอเดรียน ลี” CEO ตั้งเป้ารายได้ขึ้นแท่นแตะ 10,000-12,000 ล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า มุ่งมั่นสานต่อแผนงานและสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน

นายเอเดรียน ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ RML เปิดเผยว่าเนื่องจากราคาที่ดินโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การแข่งขันในกลุ่มตลาดลักซ์ชัวรี่จึงมีความรุนแรง จึงทำให้ในปี 2560 ไรมอน แลนด์ได้ปรับแผนธุรกิจมุ่งขยายกลยุทธ์การลงทุน เพื่อเพิ่มการสร้างรายได้ประจำ

ส่วนการพัฒนาที่อยู่อาศัยยังคงเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยวางแผนเปิดโครงการคอนโดมิเนียมใหม่ในแต่ละปีจำนวน 2-3 โครงการ ด้วยมูลค่าโครงการโดยรวม 8,000-10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัทฯ ที่จะมุ่งพัฒนาโครงการฟรีโฮล ระดับพรีเมียม บนทำเลทอง ด้วยคุณภาพสินค้าที่ดีและราคาสมเหตุสมผล

ขณะที่เมื่อปลายปี 2559 บริษัทฯ ได้เช่าพื้นที่ 6 ไร่บนถนนเพลินจิต ตามแนวรถไฟฟ้า ซึ่งตรงข้ามกับเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยไรมอน แลนด์ กำลังวางแผนที่จะสร้างอาคารสำนักงาน 60 ชั้น มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 61,000 ตารางเมตร และจะรับรู้รายได้บางส่วนในปี 2564 ส่วนการรับรู้รายได้ทั้งหมดคาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2566 โดยจะมีรายได้กว่า 720 ล้านบาทต่อปีและมีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังวางแผนขยายธุรกิจด้านโรงแรมและเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ซึ่งปัจจุบันมีแผนที่จะสร้างเซอร์วิส อพาร์ทเม้นท์ ระดับไฮเอนด์และแบรนด์เรสซิเดนซ์ร่วมกับแบรนด์ชื่อดัง โดยปัจจุบันอยู่ในระหว่างการเจรจา ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังมองหาการลงทุนในธุรกิจโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมใหม่ หรือที่มีอยู่แล้วอีกด้วย ส่วนธุรกิจด้านอาหารและเครื่องดื่ม บริษัทฯ ได้จับมือกับกลุ่มร้านอาหารบ้านหญิง เพื่อขยายธุรกิจไปยังระดับภูมิภาค โดยร้านอาหารบ้านหญิง เป็นแบรนด์อาหารไทยขึ้นชื่อ ที่คนรักอาหารไทยไม่ควรพลาดด้วยการเสิร์ฟอาหารไทยแท้ๆ ในบรรยากาศร่วมสมัยมายาวนานกว่า 20 ปี ซึ่ง 2 สาขาแรก ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศสิงคโปร์ ภายใต้ชื่อ บ้านหญิง และดิงค์ ดิงค์ (Dink Dink)

ทั้งนี้ร้านบ้านหญิงเป็นแฟรกซ์ชิพ จำนวน 200 ที่นั่ง เป็นอาหารไทยแบบทานง่าย ส่วนร้านดิงค์ ดิงค์ เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวไทย จำนวน 60 ที่นั่ง ซึ่งบริษัทฯ มีกลยุทธ์การขยายสาขาไม่น้อยกว่า 10 สาขา ทั่วเอเชีย ภายใน 2563 โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถสร้างรายได้ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2565

“RML ได้เริ่มปูทางการขยายการสร้างรายได้อย่างมั่นคงมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว ในขณะเดียวกันก็ยังคงลงทุนในธุรกิจหลักของบริษัทฯ โครงการ เดอะ ลอฟท์ สีลม ซึ่งมีมูลค่าโครงการ 4,000 ล้านบาท ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว เป็นหนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จที่สุด โดย ณ วันนี้ ขายไปทั้งหมดกว่า 80% แล้ว และในปีนี้ เรายังคงเตรียมวางแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมอีก 2 โครงการ มูลค่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จเช่นโครงการที่ผ่านมาและจากการประมาณการรายได้ประจำเฉพาะโครงการที่ได้ดำเนินการไปแล้วนั้น รายได้จะแตะ 1,800 ล้านบาท ภายในปี 2565 สอดรับกับเป้าหมายรายได้รวมในทุกหน่วยธุรกิจอยู่ที่ 10,000-12,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีข้างหน้า บริษัทฯ ยืนยันว่ามีความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยมีสัดส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุน (D/E) เพียงแค่ 0.67 เท่า ด้วยงบดุลที่แข็งแกร่ง ซึ่งบริษัทฯ มีความสามารถในการเพิ่มแหล่งเงินทุนได้อีกจำนวนมากจากหลายช่องทาง อีกทั้งทีมผู้บริหารที่มีความชำนาญและมีความแข็งแกร่ง ที่พร้อมจะนำพาบริษัทฯ เติบโตไปสู่จุดหมาย” เอเดรียน ลี กล่าว

อย่างไรก็ตามแม้ในช่วงปีที่ผ่านมาโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทฯ จะเปลี่ยนแปลงไป แต่ไม่ได้มีผลกระทบต่อการบริหารงานแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2561 ยังคงเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยทีมผู้บริหารมืออาชีพ มีประสบการณ์ทำงานมาอย่างยาวนาน พัฒนาบริษัทฯ ให้เติบโต พร้อมที่จะนำพาองค์กรเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและสร้างผลตอบแทนที่ดีกับผู้ถือหุ้นในอนาคต

“ผมและทีมผู้บริหารของ RML อยากให้ผู้ถือหุ้นมั่นใจว่าทุกคนตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ มีโครงการใหม่เตรียมเปิดอีกหลายโครงการ มีโครงการในมือที่ทยอยรับรู้รายได้ มีโปรเจ็คใหม่ๆ รวมไปถึงการจับมือกับพันธมิตรทางธุรกิจลงทุนในธุรกิจที่จะช่วยต่อยอดรายได้ สร้างผลกำไรให้งอกงาม และสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น” เอเดรียน ลี กล่าวในที่สุด