SISB ประเมินเปิดประเทศ-เปิดเทอม หนุนจำนวน นร.ฟื้น

SISB ประเมินเปิดประเทศ-เปิดเทอม หนุนจำนวน นร.ฟื้น

บมจ.เอสไอเอสบี (SISB) ประเมินภาพธุรกิจหลังเปิดประเทศ เปิดโรงเรียนตามปกติ จำนวนนักเรียนทยอยปรับตัวเพิ่มขึ้น  และคาดว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้สถานการณ์โดยรวมน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้น ผู้บริหาร "ยิว ฮอค โคว" ระบุ บริษัทยังคงจัดรูปแบบการเรียนการสอนควบคู่แบบผสมผสาน ทั้งจากที่โรงเรียน (On-site) และจากที่พักอาศัย (On-line) พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองสามารถเลือกได้ตามความต้องการ และโรงเรียนมีความพร้อมดำเนินการทุกรูปแบบ พร้อมกันนี้ยังคงเดินหน้าขยายโรงเรียนสาขาตามแผนระยะยาว เน้นกลยุทธ์คุมต้นทุนค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาการดำเนินธุรกิจให้อยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง

            นายยิว ฮอค โคว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสไอเอสบี จำกัด (มหาชน) (SISB) เปิดเผยว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาทำให้บริษัทฯ ต้องจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ แต่เมื่อหน่วยงานราชการผ่อนผันให้โรงเรียนนานาชาติสามารถกลับมาเปิดโรงเรียนได้ตามปกติ  โรงเรียนในกลุ่มของบริษัทฯ เปิดเรียนแบบ On-site ได้ครบทั้ง 4 แห่ง ตั้งแต่ วันที่ 26 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา และสามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของหน่วยงานที่กํากับดูแลอย่างเคร่งครัด รวมถึงมีระบบการดูแลนักเรียนอย่างใกล้ชิด

            "บริษัทฯ ได้ให้โรงเรียนในกลุ่มสามารถดําเนินการเรียนการสอนในลักษณะแบบผสมผสาน (Hybrid Learning)  ทั้งจาก ที่โรงเรียน (On-site) และจากที่พักอาศัย (On-line) ซึ่งภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 หากเหตุการณ์ใด ๆ เกิดขึ้น โรงเรียนสามารถคงการเรียนการสอนได้ตามปกติ ขณะเดียวกัน ยังให้ผู้ปกครองสามารถเลือกได้ว่าจะเรียนในรูปแบบใด ซึ่งโรงเรียนมีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในทุกรูปแบบอยู่แล้ว"

            ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวว่า การเปิดเรียนได้ตามปกติทั้งในรูปแบบ On-site และ On-line ในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้จำนวนนักเรียนเริ่มทยอยฟื้นตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            สำหรับแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงเน้นนโยบายการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อจะรักษาความสามารถของการดำเนินธุรกิจให้อยู่ในระดับที่ดี ขณะที่แผนการขยายโรงเรียนสาขาในระยะยาว ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง บริษัทฯอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม เพื่อที่จะผลักดันการเติบโตให้ได้ต่อเนื่อง โดยมีการวางแนวทางไว้แล้วโดยใช้ 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย 1.การขยายโรงเรียนสาขา เพื่อให้รองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น  2.เดินหน้าขยายฐานการศึกษาในระดับมัธยมศึกษา ซึ่งมีอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาสูงกว่าระดับอนุบาล และประถม  3. มีแผนเปิดโรงเรียนนานาชาติเพื่อเป็นทางเลือกในระดับราคา 1.5 – 3 แสนบาทต่อปี ซึ่งจะส่งผลให้นักเรียนสามารถเข้าถึงโรงเรียนนานาชาติของกลุ่มบริษัทฯ ได้เป็นวงกว้างมากขึ้น  โดยจะเลือกพื้นที่ชานเมือง และต่างจังหวัด ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยผลักดันการเติบโตอย่างมั่นคงในอนาคต