SMT คว้า “วิรัตน์ ผูกไทย” มือฉมังด้านการตลาดมากุมบังเหียนเป็น CEO มุ่งเป็นผู้นำผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ระดับโลก จ่ายคืนหุ้นกู้และตั๋วบีอี 257 ล้านฉลุย

SMT คว้า “วิรัตน์ ผูกไทย” มือฉมังด้านการตลาดมากุมบังเหียนเป็น CEO มุ่งเป็นผู้นำผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ระดับโลก จ่ายคืนหุ้นกู้และตั๋วบีอี 257 ล้านฉลุย

บอร์ด บมจ.สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ SMT ไฟเขียว “วิรัตน์ ผูกไทย” นั่งเก้าอี้ CEO คนใหม่ เตรียมเร่งเครื่องลุยแผนขยายตลาดผู้นำการให้บริการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Manufacturing Services หรือ EMS) ทั่วโลก ด้านผลงาน Q2/63 ส่งซิกพลิกกลับมามีกำไร มองงบครึ่งปีหลังสวย สถานะการเงินแข็งแกร่งจ่ายคืนหุ้นกู้และตั๋ว B/E จำนวน 257 ลบ. ไม่มีปัญหา

นายพร้อมพงศ์ ไชยกุล รองประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SMT เปิดเผยว่า  คณะกรรมการบริษัทมีมติประกาศแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ “วิรัตน์ ผูกไทย” ซึ่งเป็นผู้บริหารที่มีประสบการณ์ด้านการตลาด และการขายในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์มายาวนาน และมีวิสัยทัศน์การบริหารที่สามารถตอบโจทย์องค์กรได้ดี ซึ่งบริษัทคาดว่าการที่ได้ซีอีโอท่านใหม่นี้เข้ามาบริหาร จะสามารถสร้างรายได้ และการเติบโตในอนาคตได้อย่างแน่นอนและยั่งยืน 

ด้านนายวิรัตน์ ผูกไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า ตนขอขอบคุณทางคณะกรรมการบริษัทที่ให้ความไว้วางใจ และความเชื่อมั่น ซึ่งแผนการบริหารต่อไป จะดำเนินงานต่อยอดธุรกิจของบริษัทอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพให้มากที่สุด  โดยปัจจุบัน SMT มีฐานลูกค้าที่เป็นผู้นำในตลาดจำนวนหลายรายและมีลูกค้าใหม่ที่อยู่ระหว่างเพิ่มยอดการผลิตอีกจำนวนมาก นอกจากนี้บริษัทยังสามารถขยายตลาดเข้าไปในกลุ่มตลาดใหม่ได้เพิ่มเติม เช่น กลุ่มลูกค้าในแถบทวีปยุโรปและประเทศจีนได้ในระยะเวลาที่รวดเร็ว เพราะมีปัจจัยพื้นฐาน และความมั่นคงของธุรกิจที่ค่อนข้างพร้อมอยู่แล้ว

 “SMT เป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการแข่งขันสูงทั้งในธุรกิจด้าน Semiconductor (OSAT) และผลิตภัณฑ์ด้านอิเล็กทรอนิกส์ระดับสูง (System built) โดยมีโรงงานในประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักและกำลังมองหาอีก 2 แห่งที่ต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นเรื่องการทำ  Prototype , Engineering Services and Distribution รวมถึงการเพิ่มสาขาย่อยทั้งด้านการจัดซื้อและการตลาดในกลุ่มประเทศเป้าหมายอีก 2-3 แห่ง นอกจากนี้บริษัทได้มีการลงทุนด้านเครื่องจักรและเทคโนโลยีที่สามารถแข่งขันในตลาดได้เป็นอย่างดีและจากการเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสารหรือการจัดการที่ดีจะทำให้ SMT สามารถสร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มยอดขายจากลูกค้าที่มีอยู่ได้อย่างรวดเร็ว มุ่งหวังให้บริษัทเป็นผู้ให้บริการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronics Manufacturing Services หรือ EMS) ระดับโลก โดยสามารถให้บริการผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผลิตภัณฑ์ในแบบต่างๆได้อย่างครบวงจรโดยใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย และมีประสิทธิภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ครบถ้วน” นายวิรัตน์ กล่าว  

นอกจากนั้นบริษัทมีแผนพัฒนาและส่งเสริมการสื่อสารและการบริหารจัดการทั้งภายในองค์กรกับลูกค้าอย่างชัดเจนและมีประสิทธิภาพให้มากขึ้น หวังมุ่งเน้นการพัฒนาพนักงานและให้ความสำคัญในการเพิ่มจำนวนลูกค้าขยายแผนการตลาดและกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้กว้างขึ้นทั้งด้านของประเภทธุรกิจและกลุ่มประเทศเป้าหมาย พัฒนา Supply chain และการจัดตั้งศูนย์การจัดซื้อระหว่างประเทศ (IPO : International Purchasing Office) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และลดต้นทุนด้านวัตถุดิบ

ด้านผลประกอบการไตรมาส 1/2563 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลกระทบหลักจากภาวะโรคระบาดโควิด-19 ที่ส่งผลต่อทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก แต่จากแผนธุรกิจที่มีความชัดเจนนั้น  บริษัทคาดว่าจะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ในไตรมาส 2/2563 นี้เป็นต้นไป และบริษัทยังมีความสามารถจ่ายคืนหุ้นกู้และตั๋ว B/E (Bill of Exchange) จำนวน 257 ล้านบาทได้โดยไม่มีปัญหา

สำหรับ SMT ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ประกอบไปด้วยสินค้า 4 กลุ่มธุรกิจหลักที่กำลังเติบโตได้แก่ IC packaging , Optics, PCBA and Box Build และ Advanced packaging และ SMT มีตัวแทนขายทั่วโลกรวมถึงบริษัทในเครือที่ทำหน้าที่หาลูกค้าที่สหรัฐอเมริกาอีกด้วย