STI ปักธงรายได้โตต่อเนื่อง หลังตุนงานในมือสูงกว่า 1,600 ล้านบาท

STI ปักธงรายได้โตต่อเนื่อง หลังตุนงานในมือสูงกว่า 1,600 ล้านบาท พร้อมรุกประมูลงานใหม่ รับภาพรวมอุตสาหกรรมขยายตัว

                STI มั่นใจรายได้ปี 62 แรงต่อเนื่อง จากปัจจุบันตุนงานในมือแน่นกว่า 1,600 ลบ. “สมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์” แม่ทัพใหญ่ ใส่เกียร์เดินหน้าประมูลงานใหม่เพิ่มอีก หลังลูกค้าหลักภาคเอกชนเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ต่อเนื่องทั้งปี โดยงานใหม่ที่ได้รับมาแล้วในช่วงต้นปี ได้แก่  โนเบิล ทองหล่อ 18 , โครงการนวมินทร์คอมเพล็กซ์ , อาคารตลาดสี่มุมเมือง เฟส 2, โรงพยาบาลเพชรเวท
                นายสมเกียรติ ศิลวัฒนาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโตนเฮ้นจ์ อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ STI ผู้นำกลุ่มธุรกิจบริหารและควบคุมงานก่อสร้างครบวงจร เปิดเผยว่า กลุ่ม STI  ตั้งเป้าหมายรายได้ปี 2562 เติบโตมากกว่า 15% เมื่อเทียบกับปีก่อนมีรายได้จากการให้บริการ 631.39 ล้านบาท จากความสามารถในการบริหารงาน และการรับรู้รายได้งานโครงการที่มีมูลค่าสูงขึ้น  ปัจจุบัน มีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท คาดจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ราว 35-45% ของมูลค่างานในมือปัจจุบัน ประกอบกับ อยู่ระหว่างเดินหน้าประมูลงานใหม่เพิ่มเติมอีก โดยงานโครงการที่กลุ่ม STI ได้รับมาแล้วในปี 2562 ได้แก่ โนเบิล ทองหล่อ 18 , โครงการนวมินทร์คอมเพล็กซ์ , อาคารตลาดสี่มุมเมือง เฟส 2, โรงพยาบาลเพชรเวท
                พร้อมทั้ง ประเมินภาพรวมอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในปี 2562 มีการขยายตัว โดยเฉพาะลูกค้าภาคเอกชน บริษัทอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นลูกค้ากลุ่มหลักของบริษัทฯ มีการพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการ Mixed use โครงการคอนโดมิเนียม และโรงพยาบาล  รวมทั้ง แผนการลงทุนโครงการขนาดใหญ่จากภาครัฐบาล เป็นโอกาสของกลุ่ม STI ให้รับงานเพิ่มขึ้น 
                สำหรับรายได้หลักของกลุ่ม STI มาจากธุรกิจที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง  87% และ รายได้จากงานออกแบบด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม 13% ของรายได้จากการให้บริการในปี 2561  โดยสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่ปรึกษาบริหารและควบคุมงานก่อสร้าง จำแนกตามประเภทโครงการ ได้แก่ งานประเภทโครงการคอนโดมิเนียม 33% โครงการ Mixed use 28% อาคารอเนกประสงค์ 8% อาคารสำนักงาน  8% โรงแรม 7% และอื่นๆ 16% 
                “จากนี้ไปอีก 3 ปี มองว่าจะเป็นก้าวที่ดีของ STI ด้วยมูลค่างานในมือที่เพิ่มขึ้นอยู่ในระดับสูง และจะทยอยรับรู้เป็นรายได้เข้ามาตามความสำเร็จของงาน โดยจะเห็นสัญญาณที่ดีตั้งแต่ไตรมาส 1/2562 นี้ มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และแผนการเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่องอีก รองรับภาพรวมงานโครงการทั้งแนวราบและแนวสูงขยายตัว ขณะที่เทรนด์ของงานโครงการ Mixed use ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่เข้ามาลงทุน และเห็นการเติบโตชัดเจนขึ้นมาตั้งแต่ปี 2561 จึงเป็นโอกาสของ STI ให้รับงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากกลุ่มลูกค้าอยู่ในหลากหลายอุตสาหกรรมและได้รับความเชื่อมั่นให้ดูแลงานโครงการขนาดใหญ่มาแล้วจำนวนมาก” นายสมเกียรติ กล่าว
                สำหรับผลประกอบการงวดประจำปี 2561 ประสบความสำเร็จ กลุ่ม STI มีรายได้จากการให้บริการ 631.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.67% กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 73.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.26% เมื่อเทียบกับปีก่อน มีอัตรากำไรขั้นต้น 31.68% อัตรากำไรสุทธิ 11.50% 
                ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติการจ่ายปันผลเป็นเงินสดประจำปี 2561 ในอัตรา 0.40 บาทต่อหุ้น โดย STI จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วในอัตรา 0.30 บาทต่อหุ้น ดังนั้น บริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลเพิ่มเติมให้ผู้ถือหุ้นอีกในอัตรา 0.10 บาทต่อหุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) 29 เมษายน 2562 และวันที่จ่ายปันผล 22 พฤษภาคม 2562 พร้อมกันนี้ STI เตรียมจัดประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 23 เมษายน 2562 นี้