TRUE ระยะสั้นยังลุ่มๆดอนๆ แต่ระยะยาวน่าจะดี

TRUE ระยะสั้นยังลุ่มๆดอนๆ แต่ระยะยาวน่าจะดี

การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นที่สามารถยืนเหนือ 1700 จุดได้อย่างแข็งแกร่ง แม้จะมีการแกว่งตัวบ้าง ตามแรงซื้อเก็งกำไรในหุ้นที่ผลประกอบไตรมาส 2/61 คาดว่าจะออกมาดี อีกทั้งยังได้แรงหนุนจากนักลงทุนต่างชาติที่เป็นผู้ซื้อสุทธิต่อเนื่องมาหลายวันทำการ แม้กองทุนในประเทศจะมีการขายทำกำไรออกมาบ้างก็ตาม สะท้อนให้เห็นถึงความน่าสนใจ และพื้นฐานที่แข็งแกร่งของตลาดหุ้นไทยในขณะนี้

สำหรับประเด็นเรื่องการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz และ คลื่น 1800 MHz ที่ทาง สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. กำหนดให้วันที่ 8 ส.ค. ที่ผ่านมาเป็นวันสุดท้ายที่จะเปิดรับให้ผู้สนใจเข้ายื่นคำขอรับใบอนุญาตประมูลคลื่นความถี่

ซึ่งปรากฏว่า มีผู้เข้าร่วมประมูลเพียง 2 รายเท่านั้น คือ ADVANC และ DTAC ที่เข้าร่วมประมูลเฉพาะในคลื่น 1800 MHZ เท่านั้น ในขณะที่ทาง TRUE นั้นประกาศไม่เข้าร่วมการประมูลคลื่นความถี่ในครั้งนี้

โดยทาง TRUE ให้เหตุผลว่า การประมูลในครั้งนี้นั้นไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน และจะก่อให้เกิดภาระทางการเงินในอนาคตของบริษัท อีกทั้งคลื่นความถี่ในมือที่มีก็เพียงพอที่จะรองรับการเติบโตของลูกค้าในอนาคตได้อีกเป็นเท่าตัว จึงเกิดแรงซื้อเข้ามาอย่างหนาแน่นในตัวหุ้น TRUE

บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TRUE ถือเป็นหุ้นตัวหนึ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจเข้ามาเก็งกำไรกันเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ผลประกอบการที่ผ่านมา ตั้งแต่ในอดีตยังขาดทุน แม้จะมีแนวโน้มที่ฟื้นตัวดีเพิ่มขึ้น ในช่วงหลังที่มีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจเปิดทางให้กลุ่มทุนจากจีน เข้ามาร่วมถือหุ้น

และได้เข้าร่วมประมูลคลื่น 4G และได้ใบอนุญาตมาครอบครองมากที่สุดในผู้ให้บริการบ้านเรา ถึงแม้จะมีความกังวลในเรื่องการรับภาระต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น จะส่งผลให้ความสามารถในการดำเนินงานพลิกกลับมามีกำไรได้อย่างลำบากไม่น้อยเลยทีเดียวก็ตาม

แต่หากมองในระยะยาวแล้ว ก็ดูจะคุ้มค่าจากการขยายเครือข่ายได้ครอบคลุม รองรับการขยายตัว การเติบโตด้านการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น จนสามารถแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดแซง DTAC ขึ้นมาเป็นอันดับ 2 ชนิดหายใจรดต้นคอ ADVANC ด้วยซ้ำไป

อีกทั้งผลการดำเนินงานของ TRUE เริ่มส่งสัญญาณเชิงบวกมากขึ้น หลังจากประกาศผลการดำเนินงานปี 60 พลิกมีกำไรสุทธิกว่า 2.3 พันล้านบาท อีกทั้งยังประกาศจ่ายปันผลเป็นเงินสดครั้งแรกในรอบ 24 ปี แม้จำนวนจะไม่มากก็ตาม

แต่ผลประกอบการไตรมาส 1/61ของ TRUE ยังคงขาดทุนอยู่ 386.69 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับผลขาดทุน 1,152 ล้านบาทในไตรมาส 1/60 ที่มาจากการเติบโตของจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมากนั่นเอง

และในไตรมาส 2/61 ที่กำลังจะประกาศออกมา คาดกันว่า TRUE จะกลับมามีกำไร หลังมีการขายสินทรัพย์มูลค่า 5.5 หมื่นล้านบาท เข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม หรือ DIF ในไตรมาสนี้ คาดจะมีการบันทึกเป็นกำไรพิเศษเข้ามาประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท

แม้ในภาพรวมของผลประกอบปกติคาดว่าจะยังคงขาดทุน แต่ก็มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนกำไรพิเศษที่บันทึกเข้ามาจะส่งผลให้ฐานะทางการเงินของ TRUE นั้นแข็งแกร่งขึ้น

แแต่อย่างไร TRUE ยังมีความเสี่ยงในเรื่องผลประกอบการปกติที่ยังไม่สามารถกลับมาทำกำไรได้ต่อเนื่อง อีกทั้งในปี 2563 ที่ TRUE มีภาระค่าใช้จ่ายก้อนโตที่เป็นค่าใบอนุญาตคลื่น 4G ที่ประมูลได้มามูลค่ากว่า 6.3 หมื่นล้านบาท ที่จะส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของ TRUE อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ หรืออาจจะต้องมีการเพิ่มทุนอีกในอนาคตหรือไม่ แม้หลังจากนี้โอกาสที่ TRUE จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้ก็ตาม แต่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแน่นอน

สำหรับกรณีที่ทาง TRUE ตัดสินใจไม่เข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ในครั้งนี้ ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง ที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินในอนาคตมากขึ้นไปอีก ส่วนอนาคตต่อไปของ TRUE นับว่ามีความน่าสนใจติดตามไม่น้อยเลยทีเดียว จากปัจจุบัน TRUE มีจำนวนเลขหมายลูกค้าเป็นอันดับ 2 แซง DTAC ขึ้นมา จากการมีเครือข่ายที่ดีกว่า และมีจำนวนคลื่นความถี่มากที่สุดครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ จะเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันให้ TRUE สามารถกลับมามีกำไรได้อย่างที่นักลงทุนคาดหวังกันได้หรือไม่ ต้องลุ้นกันต่อครับสำหรับหุ้นตัวนี้