VL โค้งสุดท้ายคึก หลังเปิดประเทศอานิสงส์การใช้เชื้อเพลิง ส่งซิกปี 65 จ่อเพิ่มเรือ 1 ลำ รองรับดีมานด์ขนส่ง ตปท.

VL โค้งสุดท้ายคึก หลังเปิดประเทศอานิสงส์การใช้เชื้อเพลิง ส่งซิกปี 65 จ่อเพิ่มเรือ 1 ลำ รองรับดีมานด์ขนส่ง ตปท.

บมจ. วี.แอล.เอ็นเตอร์ไพรส์ (VL) เริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัว ระบุโค้งสุดท้ายส่อแววไปได้สวย รับอานิสงส์การเปิดประเทศ – ภาคขนส่งกลับสู่ภาวะปกติ หนุนการเพิ่มสีสันการใช้เชื้อเพลิงคึก แจงที่ผ่านมาปรับกลยุทธ์ให้กองเรือแล่นให้บริการขนส่งในต่างประเทศเป็นหลัก  พร้อมส่งซิกปี 65 จ่อเพิ่มเรือ 1 ลำ รองรับดีมานด์ขนส่งต่างประเทศ  

นางชุติภา กลิ่นสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วี.แอล.เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด(มหาชน) หรือ VL เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ว่า จากสถานการณ์การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งสอดรับนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐบาล โดยเฉพาะการเปิดประเทศ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งทำให้ภาคกการลงทุนกลับมาฟื้นตัวมากยิ่งขึ้น และจากปัจจัยดังกล่าว เป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อบริษัทฯ เนื่องจากดีมานด์การใช้ปริมาณพลังงานเชื้อเพลิงจะเพิ่มสูงขึ้น จากการเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงภาคการขนส่งกลับมาสู่ภาวะปกติ    

“ ภายหลังจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐบาล รวมถึงการเปิดประเทศ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ซึ่งก็จะเป็นการกระตุ้นให้ภาคกการลงทุน ส่งผลบวกต่อความต้องการใช้พลังงานเชื้อเพลิงทั้งภายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ คาดว่ามีอัตราการใช้บริการเรือขนส่งผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบัน VL มีกองเรือสำหรับรองรับการให้บริการขนส่ง ทั้งหมด 13 ลำ รวมเป็นน้ำหนักบรรทุก ประมาณ 41,800 เดตเวตตัน จะเห็นได้ว่า VL มีศักยภาพในการให้บริการขนส่งเป็นอย่างมาก เพียงแต่ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้บริษัทคู่ค้าทางธุรกิจ ไม่สามารถนำสินค้ามาใช้บริการขนส่งได้ ดังนั้นเชื่อในไตรมาสสุดท้ายนี้ หลังจากสถานการณ์เริ่มกลับสู่ภาวะปกติ VL ก็จะได้รับอานิสงส์การฟื้นตัวของภาคธุรกิจด้วยเช่นกัน ซึ่งจะทำให้ในช่วงโค้งสุดท้ายผลการดำเนินงานจะฟื้นตัว”

พร้อมทั้งยังได้กล่าวยอมรับว่า ในช่วงไตรมาส3/2564 ที่ผ่านมา VL ได้มีการปรับกลยุทธ์การให้บริการขนส่ง โดยมุ่งเน้นขยายเส้นทางดำเนินการให้บริการขนส่งเชิงพาณิชย์ในต่างประเทศ เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากความต้องการการขนส่งปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ในตลาดต่างประเทศ ยังมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศเวียดนาม ประเทศจีน และประเทศอินโดนีเซีย ที่มีความต้องการปิโตรเลียมและเคมีภัณฑ์ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม จากดีมานด์ที่สูงขึ้นในต่างประเทศส่งผลให้บริษัทฯ จึงต้องปรับกลยุทธ์โดยนำเรือ  V.L. 23 มาให้บริการขนส่งในกลุ่มประเทศดังกล่าวแทนการให้บริการขนส่งในประเทศที่มีการชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณการส่งขนในต่างประเทศปรับตัวขึ้นมาแตะระดับสัดส่วน 30% จากเดิม 20%   

นอกจากนี้ VL ยังคงเดินหน้ารักษาฐานลูกค้าในประเทศและขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีโอกาสเติบโตทางธุรกิจสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการขยายเส้นทางการเดินเรือใหม่ๆ ไปยังแถบประเทศอินเดีย–จีน เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต ให้สอดรับกับแผนในปี 2565 ที่บริษัทฯ คาดว่าจะเพิ่มเรืออีก 1 ลำ