YLG มองไตรมาส4ทองเสี่ยงอ่อนตัวเหตุเฟดเตรียมลดQEกดดัน ชี้ความขัดแย้งจีน-สหรัฐ ความต้องการทองกายภาพยังหนุน แนะหาจังหวะเก็งกำไรตามรอบ

YLG มองไตรมาส4ทองเสี่ยงอ่อนตัวเหตุเฟดเตรียมลดQEกดดัน ชี้ความขัดแย้งจีน-สหรัฐ ความต้องการทองกายภาพยังหนุน แนะหาจังหวะเก็งกำไรตามรอบ

วายแอลจีเผย ไตรมาส 4 เทรนด์ทองคำยังแกว่งตัวลง ปัจจัยกดดันหลักมาจากเฟดเตรียมลดQE แต่ภาพรวมยังเล่นเก็งกำไรตามรอบได้ เหตุยังมีปัจจัยบวกหนุนจากความขัดแย้งระหว่างจีน—สหรัฐที่ และอุปสงค์ทองกายภาพของจีนและอินเดีย แนะเล่นเก็งกำไรในระยะสั้นตามกรอบแนวต้าน 1,771-1,787 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แนวรับ 1,747-1,735 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ พร้อมเตือนยังต้องระวังแรงขายเมื่อราคาดีดตัว

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) ผู้นำเข้าและส่งออกทองคำแท่งรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่าราคาทองคำช่วงนี้ระยะกลางยังเป็นลักษณะแกว่งตัวในทิศทางอ่อนตัวลงโดยปัจจัยกดดันให้ราคาทองปรับลดลงยังคงเป็นเรื่องเดิมเกี่ยวกับการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เมื่อเดือน ก.ย. ที่ผ่านมา ที่มีการประกาศเตรียมผ่อนคลายนโยบายการเงินในการปรับลด QE ที่อาจจะเกิดขึ้นเร็วสุดในเดือน พ.ย. และอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วสุดปลายปีหน้า จึงเป็นปัจจัยกดดันทองคำเป็นระยะทำให้ราคาทองคำปรับลดลงไปในระดับต่ำ

อย่างไรก็ดีในระยะสั้นราคาทองคำดีดตัวขึ้นมาเนื่องจากยังมีประเด็นที่เป็นปัจจัยบวกระยะสั้น ทั้งเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ต้องจับตา และประเด็นเพดานหนี้สหรัฐที่ถึงแม้จะมีการเพิ่มเพดานหนี้แล้ว  แต่เป็นเพียงการขยายเพดานหนี้ในระยะสั้นเท่านั้น  และสุดท้ายแล้วสภาคองเกรสจะต้องกลับมาพิจารณาเพิ่ม หรือ ระงับเพดานหนี้อีกครั้งในเดือนธ.ค.ปีนี้  จึงทำให้ทองคำผันผวนและดีดตัวขึ้นมา นอกจากนี้ยังมีปัจจัยหนุนตลาดทองคำที่ต้องจับตา คือ ความขัดแย้งระหว่างจีนสหรัฐที่เริ่มเป็นประเด็นขึ้นมา ดังนั้นในระยะสั้นนักลงทุนที่ลงทุนในทองคำจึงมีโอกาสเล่นเก็งกำไรตามรอบจากปัจจัยบวกและปัจจัยลบที่เข้ามากระทบทองคำในระยะนี้ อย่างไรก็ตามในส่วนของตลาดทองคำในประเทศนั้นยังมีปัจจัยบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเข้ามาหนุนอีกหนึ่งปัจจัย จึงทำให้ราคาทองไทยยังยืนเหนือ 28,000 บาทต่อบาททองคำต่อเนื่อง

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนนั้นแนะนำให้รอจังหวะที่ทองคำดีดตัวแล้วขาย โดยมองแนวต้านที่ 1,771 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 28,350  บาทต่อบาททองคำ ถ้าผ่านไปได้จะไปที่แนวต้านถัดไป 1,787 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 28,600  บาทต่อบาททองคำ แต่ถ้าไม่สามารถผ่านได้ จะมีโอกาสปรับลดลง โดยให้แนวรับที่ 1,747-1,745  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 27,950 บาทต่อบาททองคำ หากหลุดแนวรับนี้จะไปที่แนวรับถัดไปที่  1,740-1,735  ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยในช่วงนี้แนวโน้มทองคำระยะกลางยังเป็นทิศทาง Sideway Down จึงแนะนำให้ซื้อเล่นสั้นเท่านั้น สามารถทำรอบได้แม้จะเป็นเทรนด์แกว่งตัวลง โดยแนวรับสำคัญในระยะกลางอยู่ที่ 1,676-1,680 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ หรือ 26,850บาทต่อบาททองคำ  หากยืนอย่าถือว่ายังมีโอกาสทดสอบกรอบบนได้ และแนวต้านสำคัญในระยะกลางจะอยู่ที่ 1,833 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์  หากผ่านได้ทิศทางจึงจะสดใสมากขึ้น  อย่างไรก็ดี  ถ้าหลุดกรอบแนวรับสำคัญในระยะกลางอยู่ที่ 1,676-1,680 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ทิศทางจะทองคำจะเป็นลบมากขึ้น

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนในทองคำรูปแบบต่างๆ เช่น ลงทุนในทองคำแท่งสามารถดูรายละเอียดได้ทาง  www.ylgbullion.co.th หรือ โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-687-9888  และผ่านทางเพจเฟสบุ๊คของบริษัท https://www.facebook.com/YLGGroup และหากสนใจการลงทุนทองคำในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Gold Online Futures และ Gold Futures ) สามารถติดต่อได้ทาง  www.ylgfutures.co.th หรือ โทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-687-9999